กฎของการเดินไปข้างหน้า  คือห้ามเสียดายกับสิ่งที่ผ่านมา

กฎของการเดินไปข้างหน้า คือห้ามเสียดายกับสิ่งที่ผ่านมา

อดีตของเราแต่ละคนนั้นต่างกัน หลายคนมีอดีตที่สวยงาม หลายคนมีอดีตที่ขมขื่น

แต่อดีตก็คืออดีต อดีตคือสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ เป็นได้แค่เพียงความทรงจำ

ความทรงจำในอดีตมีสองด้าน ความทรงจำที่สวยงาม ด้านหนึ่ง สร้างกำลังใจให้กับวันนี้ของเรา

ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างสบายใจ และมีแรงกายแรงใจที่จะเริ่มก้าวต่อไปในแต่ละวัน

อีกด้านหนึ่งหากเราหลงไหลอยู่กับอดีตที่สวยงามและคิดว่ามันคือสิ่งถาวร

อดีตก็จะฉุดรั้งไม่ให้เราเริ่มก้าวเดินใหม่ๆ ให้กับชีวิต จนวันหนึ่งกลายเป็นความทรงจำใหม่ที่ขมขื่น

ความทรงจำที่ขมขื่น ด้านหนึ่ง บั่นทอนแรงกายแรงใจ หากเราไม่เข้มแข็งพอ

เราจะจมอยู่กับอดีตนั้นไปเรื่อยๆ ชีวิตไม่เดินหน้า ย่ำอยู่กับที่พาชีวิตให้ถอยหลัง

จนวันเวลาช่วยเยียวยาให้เราเริ่มก้าวใหม่ อีกด้านหนึ่งหากเรามองอดีตเป็นบทเรียน หยุดที่จะคิดแก้ไข

แต่เริ่มที่จะ “รับผิดชอบ” อดีตที่ผ่านไปแล้ว ด้วยการทำทุกๆ วันนับจากนี้ให้ดีขึ้นทีละนิด ทีละนิด

อดีตจะกลายเป็นพลังให้เราเริ่มบันทึกความทรงจำบทใหม่ที่ดีในที่สุด ผมคิดว่ามีอยู่สามสิ่ง ที่จะช่วยให้เรามีอดีตที่ดีได้อย่างสม่ำเสมอ

1. การเชื่อในเหตุและผลของการกระทำ

การที่เราสะสมการกระทำของเราในแต่ละวัน คือเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตเราในวันนี้

หากเราสะสมเหตุที่ดีในแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง ก็มั่นใจได้ว่าวันนี้และวันพรุ่งนี้ของเราก็จะดีตามไปด้วย

พร้อมๆ ไปกับการมีอดีตที่น่าจดจำอยู่เสมอ แต่หากเราละเลยกับการสะสมเหตุที่ดี

ในวันนี้บ่อยครั้งเข้า วันข้างหน้าเราก็จะมีอดีตที่ขมขื่น การสะสมเหตุที่ดีให้กับทุกวัน จะเป็นสิ่งที่สร้างผลที่ดีให้เราในอนาคต

2. การมีเป้าหมายที่แน่วแน่และชัดเจน

การมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน เปรียบเสมือนการมีเข็มทิศให้ตัวเราเอง

และเป็นตัวช่วยกำหนดการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของเราอีกด้วย หากเป้าหมายนั้นเป็นไปเพื่อทำให้ชีวิตตัวเองพบสิ่งที่ดี

สร้างความสุขให้กับตัวเองและคนรอบข้าง เราจะมีการกระทำในแต่ละวันที่ถูกต้อง ชัดเจน

สะสมเหตุที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้มีปัจจุบันและอนาคตที่ดี ถามและทบทวนตัวเราว่า

วันนี้เป้าหมายของชีวิตและเหตุผลในการมีอยู่ของชีวิตนี้คืออะไร

ให้ความรักกับตัวเราเองในทางที่ถูกต้อง เพื่อให้เราสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสบายใจและมีความหมาย

3. กัลยาณมิตร ครอบครัวและคนรัก

แต่ละวันที่เราก้าวเดินไป เราจะพบเหตุการณ์มากมาย ทั้งดีและไม่ดี ทั้งสุขและทุกข์

หากเราอยู่ตัวคนเดียว ไม่ว่าแต่ละวันนั้นเราจะพบเรื่องดีหรือไม่ดีก็ตาม เราคงผ่านมันไปอย่างเงียบเหงา

การมีกัลยาณมิตรและคนรัก ทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความหมาย

มีคนช่วยเป็นกระจกสะท้อนความคิดและชีวิต มีคนคอยสนับสนุนและห้ามเราในบางเวลาที่กำลังหลงทาง

ไม่มีใครที่เกิดมาเพื่ออยู่ตัวคนเดียว การอยู่คนเดียวทำให้แต่ละวันผ่านไปได้อย่างยากลำบาก

ในทุกๆ วันเราจึงไม่ควรใช้ชีวิตเพื่อตัวเราเองเท่านั้น เราควรจะหันกลับไปมองคนที่อยู่ข้างๆ

ที่คอยสนับสนุน ให้ความรักเอาใจใส่เรา ตอบแทนความรักและปรารถนาดีของเขาเหล่านั้นอยู่เสมอ

เพราะวันใดที่เราล้มเราจะมีคนช่วยประคอง และหากวันใดเราประสบความสำเร็จก็จะมีร่วมยินดีไปด้วยกัน

ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นไปแล้วก็ตาม แม้เราจะแก้ไขมันไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกที่จะ “รับผิดชอบ”

อดีตที่ผ่านไปแล้ว ด้วยการทุกวันนับจากนี้ให้ดีกว่าเดิมทุกวัน สะสมสิ่งดีๆ ให้ต่อเนื่อง

ว่ากันว่า “สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว ย่อมดีเสมอ” เป็นสิ่งที่เราต้องคิดให้ลึกซึ้ง

เพราะทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น จะมีมุมดีๆ ที่สะท้อนและบอกอะไรเราบางอย่าง

ทั้งยังเปิดโลก เปิดความคิด ความรู้สึก เปิด “ตาแห่งใจ” ให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ด้วย ปัญญา

ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไรก็ตาม ขอให้เดินก้าวต่อไปนับจากนี้ให้ดีทุกๆ วัน

สร้างอดีตให้เป็นความทรงจำที่ดี เพื่อเป็นสะพานสานต่อเส้นทางจากวันนี้ไปสู่วันข้างหน้าที่สดใสไปด้วยกัน

ขอบคุณทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอบคุณคนรอบข้างที่อยู่เคียงข้างกันเสมอ

ไม่ว่าจะยามสุขหรือยามทุกข์ ขอให้สิ่งดีๆ จงเกิดขึ้นกับทุกคน