การรู้จักตัวเอง ทำให้เราพ้นทุกข์ได้อย่างไร ธรรมะตื่นรู้จากพระไพศาล วิสาโล

การรู้จักตัวเอง ส่งผลดีต่อทางโลกและทางธรรมอย่างไร พระอาจารย์ไพศาล วิสาโลได้แสดงธรรมเรื่องนี้ไว้ดังนี้

มันมีความหมายหลายระดับ ระดับง่ายๆ คือว่า รู้ว่าเราถนัดอะไร ชอบอะไร อันนี้เป็นปัญหาของคนสมัยนี้มาก

ยกตัวอย่างเช่น เวลาจะเรียนหนังสือ เรียนจนจบ ม.6 แล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าถนัดอะไร ชอบอะไร แล้วเวลาจะเลือกคณะ

ก็เลือกไม่ได้ว่าตัวเองถนัดอะไร ชอบอะไร เลือกตามเพื่อน หรือว่าตามพ่อแม่

เรียนจบมาแล้วก็เคว้งนะ ไม่รู้ว่าจะทำอะไร หรือว่าทำงานในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด แล้วก็ไม่สามารถจะปลุกใจให้ชอบได้

เพราะฉะนั้นก็กลายเป็นว่าทำงานแล้วมีความทุกข์ ทำงานแล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ อันนี้เจอเยอะเลย คือทุกข์ตั้งแต่เรียนหนังสือแล้ว

เพราะว่าไม่รู้ว่าเรียนกันไปทำไม ไม่ชอบ ไม่ถนัดสักวิชาเลย มันเป็นปัญหาพื้นฐานของคนสมัยนี้เลย

แม้กระทั่งว่าจะแต่งงานก็ยังไม่รู้เลยว่าเรารักเขา หรือว่ามันเป็นแค่ความใคร่กันแน่ คือถ้าเรารู้จักตัวเองเราก็ต้องรู้ว่าเรารักเขา

หรือว่ามันเป็นแค่ความใคร่ แล้วเราจะพบว่าหลายคนพอแต่งงานไปแล้วอยู่ได้ไม่นาน 2-3 เดือน 1 ปีก็หย่ากัน

เพราะว่าความใคร่มันจืดจาง แล้วมันไม่มีความรักเป็นตัวประสาน คนจำนวนมาก เลือกคู่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเลือกไปเพราะจูงใจอะไร

รวมทั้งไม่รู้ด้วยว่า คนนิสัยแบบนี้มันเหมาะกับเราไหม หรือว่าเรามีนิสัยแบบนี้มันเหมาะกับเขาไหม จะอยู่ด้วยกันได้อย่างยั่งยืนไหม

อยู่กันอย่างมีความสุข มันเป็นปัญหาพื้นฐานของคนสมัยนี้ แต่ว่านี่เป็นแค่การรู้จักตัวเอง ในความหมายที่ยังพื้นๆ อยู่ จะต้องรู้ต่อไปว่า

เราต้องการอะไรในชีวิต อะไรคือจุดมุ่งหมายในการมีชีวิตของเรา และเราจะไปทางไหน ถึงจะบรรลุถึงจุดมุ่งหมาย นี่ก็เป็นเรื่องของการรู้จักตัวเอง

สุดท้ายการรู้จักตัวเอง ในความหมายที่ลึกไปกว่านั้นคือ การรู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ที่มันเกิดขึ้นในใจของเรา เวลาเราโกรธ เราลืมตัวไปแล้ว

และความลืมตัวนี่แหละ ก็ถือว่าเป็นการไม่รู้จักตัวเองแบบหนึ่ง ไม่รู้ว่าขณะนี้ใจของเราเป็นอย่างไร อารมณ์เป็นอย่างไร โกรธไม่รู้ว่าตัวเองโกรธ

เศร้าไม่รู้ว่าตัวเองเศร้า รู้จักตัวเอง มันลึกถึงขั้นถึงที่สุด ก็จะรู้ว่าจริงๆ แล้ว มันไม่มีสิ่งที่เรียกว่าตัวเรา มันไม่มีสิ่งที่เรียกว่าตัวกู

สิ่งที่เราคิดว่าเป็นตัวกูที่แท้มันก็เป็นแค่กายกับใจ รูปกับนาม คือถ้ารู้จักตัวเองถึงที่สุดมันจะพบความจริงที่อาจจะไม่น่าเชื่อเลยก็คือว่า

มันไม่มีตัวเราเลย ตรงนี้มันเป็นความรู้จักตัวเองที่ลึกซึ้งมาก เพราะถ้าเห็นว่ามันไม่มีเรา มันก็ไม่มีที่ตั้งของความทุกข์ แต่ทุกวันนี้ ไม่รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง

ก็เลยไปหลงคิดว่ามีตัวกู มีตัวฉันขึ้นมา แล้วก็ปล่อยให้ภาพตัวตนหรือภาพตัวกู มันเข้าไปขับเคลื่อนผลักดันชีวิตเรา จะทำไรก็เอาตัวกูเป็นที่ตั้ง

อะไรที่ถูกใจกูก็เอา อะไรที่ไม่ถูกใจถึงแม้ถูกต้องก็ไม่เอา นี่มันก็ทำให้ชีวิตมีความทุกข์ได้ง่าย มีใครพูดอะไรมา แม้จะถูก

แม้จะมีประโยชน์แต่ว่ามันไปกระทบตัวกู ก็โกรธ ไม่ฟัง อาตมาพูดได้เลยว่า ความทุกข์ของคนเรียกว่าส่วนใหญ่ในโลกนี้ มันเป็นเพราะการที่ไม่รู้เท่าทันตัวกู

แต่ถึงแม้ว่าเราจะมองข้ามประเด็นนี้ไป เพียงแค่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ตัวเองถนัดอะไร แค่นี้มันก็สร้างความทุกข์ให้กับผู้คนได้เยอะแล้ว