การเลี้ยงดูบิดามารดา เป็นมงคลอย่างสูงสุด

การเลี้ยงดูบิดามารดา เป็นมงคลอย่างสูงสุด

เรื่องบิดามารดา คือพระอรหันต์ของบุตรในสมัยพุทธกาล มีผู้ทูลถามพระพุทธเจ้าว่าต่อไปหากไม่มีพระอรหันต์

หรือผู้คนไม่สามารถรู้ได้ว่าผู้ใดเป็นพระอรหันต์แล้วจะทำบุญกับใคร

พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ให้ทำบุญกับบิดามารดาของตน จะได้อานิสงส์เท่ากับทำบุญกับพระอรหันต์”

การตอบแทนบุญคุณบิดามารดา พุทธดำรัสตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การที่จะตอบแทนคุณแก่บุคคลทั้ง 2

คือมารดา 1 บิดา 1 เรากล่าวว่ากระทำไม่ได้ง่ายเลย “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

บุตรพึงแบกมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง แบกบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง เขามีอายุมีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี

และพึงปฏิบัติบำรุงทั้ง 2 ด้วยการอบกลิ่น การนวด การให้อาบน้ำ และการบีบนวดอวัยวะต่างๆ แก่ท่านทั้งสอง

แม้ท่านทั้ง 2 ก็พึงถ่ายอุจจาระบนบ่านั่นเอง ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ชื่อว่าตอบแทนบุญคุณแก่มารดาบิดา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง บุตรพึงตั้งมารดาไว้ในราชสมบัติ มีอำนาจยิ่งใหญ่ในแผ่นดินใหญ่

อันมีรัตนะ 7 ประการ มากหลายนี้ แม้กระนั้นก็ยังไม่ชื่อว่า ตอบแทนคุณมารดาบิดา

ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก เป็นผู้บำรุงเลี้ยง เป็นผู้สอนให้ลูกรู้จักโลก

“ส่วนบุตรคนใด ทำให้มารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธา ให้สมาทานตั้งมั่นในสัทธาสัมปทา

ให้มารดาบิดาผู้มีทุศีลสมาทาน ตั้งมั่นในสีลสัมปทา ให้บิดามารดาผู้มีความตระหนี่สมาทาน ตั้งมั่นในจาคสัมปทา

ให้มารดาบิดาผู้ทรามปัญญา สมาทานตั้งมั่นในปัญญาสัมปทา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

ด้วยเหตุมีประมาณเท่านั้น และบุตรย่อมชื่อว่าเป็นผู้อันกระทำตอบแทนบุญคุณแก่มารดาบิดาแล้ว”
.
พระไตรปิฎก เล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 12 อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต