การแข่งในหมู่สุนัข ถึงจะเป็นผู้ชนะ..ก็ยังถูกมองว่าเป็นสุนัขอยู่ดี

การแข่งในหมู่สุนัข ถึงจะเป็นผู้ชนะ..ก็ยังถูกมองว่าเป็นสุนัขอยู่ดี

มีการนำสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ ที่มีจุดเด่นเรื่องความเร็ว และ เสือชีต้าร์ ที่มีชื่อเสียงด้านความเร็ว

ในการวิ่งไล่เหยื่อยมาทดสอบความเร็วกัน เพื่อหาว่า ใครที่จะเป็นผู้ครอบครองตำแหน่งสัตว์ที่วิ่งเร็วที่สุด

เมื่อสัญญาณในการเริ่มการแข่งขันนั่นคือเสียงปืนดังขึ้น และประตูกรงเปิดออก

สุนัขทุกตัวพากันออกวิ่งอย่างไว แต่เมื่อหันกลับไปมองข้างหลัง กลับเห็นว่าชีต้าร์ยังนั่งนิ่ง ไม่ขยับตัววิ่งสักที

จนพวกหมาถึงกับแปลกใจในสิ่งที่ชีต้าร์ทำ จบการแข่งขัน สุนัขตัวที่วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นตัวแรก ได้เดินเข้าไปถามชีต้าร์

พร้อมกับความหยิ่งผยองในใจว่า “ทำไมเจ้าถึงไม่ออกวิ่ง มันเกิดอะไรขึ้น

หรือเพราะว่ากลัวแพ้จนขาสั่น ไม่กล้าขยับตัวเลยล่ะ ”

เสือชีต้าร์ จึงตอบกลับไปว่า “ปัญหาใหญ่ของในการแข่งในหมู่สุนัข คือ ถึงคุณจะเป็นผู้ชนะ คุณก็ยังถูกมองว่าเป็นแค่สุนัขตัวหนึ่งอยู่ดี”

ในบางครั้ง การพยายามที่จะโชว์ความสามารถที่แท้จริงออกมา ในสนามการแข่งขันที่ผิดๆ

ก็คือการดูถูกศักยภาพของตัวเอง ยางสนามการแข่งขัน เราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเอง

ในการแข่งขันที่ไร้สาระแบบนี้ เพื่อให้คนอื่นเห็นหรอก มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย

เสือชีต้าร์ตัวนี้ได้คิดอย่างรอบคอบแล้ว ที่จะไม่ออกวิ่ง เพราะมันมองว่าไม่มีประโยชน์

โดยธรรมชาติของเสือแล้ว ส่วนใหญ่มักใช้เวลาไปกับการนอน

และการถนอมร่างกาย ประหยัดพลังงานเข้าไว้ เพื่อในการออกล่าจริงๆ จะได้มั่นใจได้ว่า สามารถวิ่งได้เต็มที่

เพราะชีต้าร์ต้องการใช้ความเร็วของตัวเองในการออกล่าสัตว์เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อการแข่งขันกับหมา

เมื่อไหร่ก็ตามที่ชีต้าร์เริ่มออกวิ่ง นั่นคือ การออกล่า และในการแข่งขันครั้งนี้ไม่มีอะไรให้ล่า นอกจากหมาที่อวดเก่ง

เก็บแรงไว้ใช้ในช่วงเวลาที่สำคัญ อย่าเปลืองแรงไปกับการโอ้อวดแบบเปล่าประโยชน์