ก่อนตัดสินใคร จงหันกลับมามองตัวเอง

ก่อนตัดสินใคร จงหันกลับมามองตัวเอง

ส่วนมาก ที่เราสอนคนอื่นได้ เพราะเราไม่ได้ตกที่นั่งเดียวกับเขา

วันใดที่เราตกที่นั่งเดียวกับเขา เราก็สอนตัวเองไม่ได้เช่นกัน

หากเรื่องราวไม่ได้เกิดขึ้นกับเรา เราย่อมไม่รู้สึกอะไร

หากเรื่องราวเกิดขึ้นกับเรา เราจะสงบต่อไปได้หรือเปล่า?

หากไม่เคยผ่านความทุกข์เดียวกับที่เขาเผชิญมา โปรดอย่าตัดสินใครในมุมที่เรากำลังยืนอยู่

หรือด่าทอว่า ทำไมเขาจึงตัดสินใจทำอะไรบัดซบเช่นนั้น

เพราะวันใดที่เราต้องยืนอยู่ในจุดเดียวกับเขา ลิ้มรสแห่งความทุกข์เดียวกับเขา ชีวิตเราอาจพังยับไม่เป็นชิ้นดีก็ได้

ก่อนตัดสินใคร จงหันกลับมามองตัวเอง ถ้าเป็นเรา ทำได้ดีกว่าเขาหรือไม่?

1. ตอนที่คุณคิดว่าคุณฉลาดที่สุด อย่าลืมว่าคนอื่นเขาก็ไม่ได้โง่

เรื่องบางเรื่องที่เขาไม่พูดออกจากปาก ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นเขาไม่รู้

2. หญิงสาวที่ว่าขี้เหร่ ยังมีคนเลือกเป็นแม่ของลูก หญิงสาวที่ใครๆ ก็ชื่นชมว่าสวย ยังครองตัวเป็นโสด

ชายหนุ่มที่ฐานะยากจน ยังแต่งเมียเข้าบ้านได้ ชายหนุ่มที่ฐานะร่ำรวยแต่งเมียแล้วหย่าก็ไม่รู้กี่รอบ

ฉะนั้นอย่าไปอิจฉาใคร เขามีความสุขของเขา เรามีความสุขของเรา

ที่เราเห็นว่าเขาสุข เขาอาจมีความทุกข์ที่บอกใครไม่ได้

ที่เราเห็นว่าเขาทุกข์ เขาอาจมีความสุขที่เราเข้าไม่ถึง คนเราทุกคน ต่างมีวิถีของตนที่ต้องเดิน

3. คนที่ชอบคุณ ต่อให้คุณพูดเรื่องไร้สาระเขาก็ยินดีฟัง

คนที่ไม่ชอบคุณ ต่อให้คุณพูดเรื่องที่มีสาระ เขากลับคิดว่าคุณกำลังยกตัว โชว์พาว โชว์โง่อีกแล้ว

ดังนั้น อย่าใส่ใจคำคนให้มากนัก เพราะบางคนรักความถูกต้อง แต่บางคนกลับเลือกความถูกใจ

4. บ้านเหมือนนาไร่ ปลูกแตงได้แตง ปลูกถั่วได้ถั่ว

ปลูกความเข้าใจย่อมเก็บเกี่ยวความอภัย ปลูกความเห็นใจย่อมเก็บเกี่ยวความสมาน

ปลูกความขัดแย้ง ย่อมงอกเงยความแค้นเคือง ปลูกคำตำหนิย่อมงอกเงยวิบัติภัย ก่อนจะปลูกอะไรลงไป คิดให้ดีก่อนปลูก

5. ชีวิตคนเรายิ่งเกิดมานาน เวลายิ่งเหลือน้อย เวลาที่เหลืออยู่ยิ่งนานยิ่งล้ำค่า

ไม่มีใครคำนวนได้ว่า “พรุ่งนี้กับอนิจจังอะไรจะมาถึงก่อน” รักใครให้รีบบอก หมางใจกับใครให้รีบเคลียร์ เพื่อไม่ให้ค้างคาติดอยู่ในใจ