ข้อคิดดีๆ จากเรื่อง “เด็กน้อยกับรอยตะปู”

ข้อคิดดีๆ จากเรื่อง “เด็กน้อยกับรอยตะปู”

คนขี้โมโหมักรู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่แฟร์สำหรับเขา และมักตั้งแง่ว่า ตัวเองกำลังถูกละเมิดอะไรต่อมิอะไรอย่างเกินกว่าเหตุ

บางครั้งการตั้งมาตรฐานของตัวเองไว้สูงจนคนอื่นๆ ตามไม่ทัน กลับกลายเป็นการดูหมิ่นคนรอบๆ ข้าง

ว่าไม่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางคนที่ไม่เป็นโล้เป็นพาย การเหวี่ยงอารมณ์ใส่สักครั้ง

อาจกระตุ้นเตือนคนเหล่านี้ได้ เด็กน้อยคนหนึ่งเป็นเด็กอารมณ์ไม่ค่อยจะดี

ผู้เป็นพ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขา 1 ถุง และบอกเขาว่า ทุกครั้งที่ลูกรู้สึกไม่ดี โมโห

หรือโกรธใครก็ตาม ให้ตอกตะปู 1 ตัวลงไปที่รั้วหลังบ้านก็แล้วกัน วันแรกผ่านไป เด็กน้อยตอกตะปูเข้าไปที่รั้วถึง 37 ตัว

วันที่ 2 และ วันที่ 3 และแต่ละวันที่ผ่านไป ผ่านไปจำนวนตะปูก็ค่อยๆ ลดลง ลดลงๆ

เพราะเด็กน้อยรู้สึกว่า การรู้จักควบคุมตัวเองให้สงบ ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ

แล้ววันหนึ่ง หลังจากที่เขาสามารถ ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น ใจเย็นมากขึ้น

เขาเดินไปหาผู้เป็นพ่อ เพื่อบอกว่า เขาคิดว่าเขาไม่จำเป็นที่ต้องตอกตะปูอีกแล้ว

เพราะเขาได้เปลี่ยนไป เขาสามารถควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนแล้ว

ผู้เป็นพ่อยิ้ม แล้วบอกลูกชายว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ลองพิสูจน์ให้ผู้เป็นพ่อดู

ทุกๆ ครั้ง ที่ลูกสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตัวเองได้ ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้านที่ละ 1 ตัว

วันแล้ววันเล่า เด็กน้อยก็ค่อยๆ ถอนตะปูออกทีละตัวๆ จนในที่สุด วันหนึ่งตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออก

เด็กน้อยดีใจมาก รีบวิ่งไปบอกผู้เป็นพ่อของเขาว่า ผมทำได้แล้วครับ ในที่สุดผมก็ทำได้สำเร็จ

ผู้เป็นพ่อไม่ได้พูดว่าอะไร แต่จูงมือลูกของเขาไปที่รั้วนั้น แล้วบอกลูกทำได้ดีมาก

ทีนี้ลองมองกลับไปที่รั้วสิ เห็นมั๊ยว่า รั้วมันไม่เหมือนเดิม มันไม่เหมือนกับที่มันเคยเป็น

ก่อนหน้านี้ลูกจำไว้นะ ว่าเมื่อไหร่ที่เราทำอะไรลงไปด้วยการใช้อารมณ์ สิ่งนั้นมักจะเกิดรอยแผล

เหมือนกับการเอามีดไปกรีด หรือแทงใครเข้า ต่อให้ใช้คำว่าขอโทษสักกี่หน ก็ไม่อาจจะลบรอยแผล

หรือความเสียหายที่เกิดกับเขาคนนั้นได้ ลูกจงจำคำว่า ขอโทษไว้เสมอนะ ไม่ว่าเขาจะ

ยกโทษให้เรา หรือไม่ก็ตาม สิ่งที่มันเกิดขึ้น รอยร้าวที่เกิดขึ้นกับเขา เขาอาจจะไม่มีวันลืมมันได้ตลอดไป

เรื่องตอกตะปู และรอยตะปู ทำให้ชีวิตคนเปลี่ยนได้ดีขึ้น ความโกรธ

เป็นอารมณ์ขั้นพื้นฐานที่ธรรมชาติให้ติดตัวคุณมาตั้งแต่เกิด มันเป็นกลไกที่จะส่งแรงฮึด

เพื่อปกป้องอะไรก็ตาม ที่คุณควรได้รับ หากมีอะไรจะมาพรากมันไป คุณจึงมีแรงพอที่จะต่อต้าน

อะดรีนาลีนฮอร์โมนในต่อมหมวกไต จะถูกปั๊มไปทั่วร่างกาย หัวใจเต้นแรง ความดันเ ลื อ ดสูบฉีด

แม้คนที่เคยเชื่องเหมือนแมวนอนหวด ก็ยังแยกเขี้ยว กางเล็บ ได้คมอย่างน่าตกใจ

อย่างไรก็ตาม คนขี้โมโหก็ยังเป็นมนุษย์ที่เราพอมีเหตุผลได้ด้วยอยู่

อย่างน้อยเราก็มีกระบวนการรับมือ การที่เรียนรู้ว่าคุณโกรธ ฉันก็โกรธ และยอมรับความโกรธซึ่งกันและกัน

โดยที่มันไม่ผันตัวเองเป็นความรุนแรงเสียก่อน ถึงเวลานั้นพวกเราจะขอบคุณความโกรธ เพราะมันทำให้เรารู้จักตัวเองในมุมที่เราไม่เคยมอง