คนที่น่าอิจฉาที่สุด คือคนที่มีความสุขไม่ว่าเขาคนนั้นจะจนหรือจะรวย

วาสนาบางคนมองว่าเป็นเรื่องของผลบุญ ที่เราเคยสะสมไว้ แล้วแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ นาๆ เช่น โชคลาภ ทรัพย์สิน สุขภาพ อายุ

หรือบริวารแวดล้อม รอบกาย ล้วนแล้วแต่ เป็นมุมมองของแต่ละคน ส่วนคนที่คิดว่าตัวเอง ไม่มีวาสนานั้น ควรระลึกไว้แบบนี้ว่า

วาสนาไม่ได้อยู่ที่คำหวานหู ไม่ได้อยู่ที่เสียงปรบมือ ไม่ได้อยู่ที่คุณมีเงิน ไม่ได้อยู่ที่มีชื่อเสียงดังเพียงใด แต่อยู่ที่เมื่อคุณล้มลง

ยังมีอีกหลายมือยื่นมาฉุดให้คุณลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง วาสนาไม่ได้อยู่ที่พ่อแม่เหลือมรดกไว้ให้คุณมากมาย

แต่อยู่ที่พ่อแม่มีสุขภาพแข็งแรง ยังมีชีวิตอยู่ให้คุณดูแลปรนนิบัติ วาสนาไม่ได้อยู่ที่คุณมีบ้านหลังใหญ่โตเพียงใด

แต่วาสนาอยู่ที่ว่าในบ้านมีเสียงหัวเราะหรือไม่ วาสนาไม่ได้อยู่ที่ลูกของคุณเรียนเก่ง ทำงานเก่ง เพียงใด แต่อยู่ที่ลูกๆ กตัญญูรู้คุณหรือไม่

วาสนาไม่ได้อยู่ที่คุณมีคู่ชีวิตสวย หรือหล่อเพียงใด แต่อยู่ที่เขา หรือเธอเข้าใจคุณหรือไม่

วาสนาไม่ได้อยู่ที่คุณ มีรถหรูเพียงใดขับ แต่อยู่ที่ขับรถ กลับบ้านได้ อย่างปลอดภัย หรือไม่

จะรวยหรือจะจน ทุกคนก็มีความทุกข์ได้ คนลำบากหาเช้ากินค่ำ ทำไมต้องตื่นเช้า

ทำไมเขาลำบาก ไม่เหมือนคนอื่น ทำไมเราไม่มีเงิน ทำไมเราไม่มีรถ ทำไมเดือนนี้ไม่พอใช้

ส่วนที่มีฐานะ ก็ทุกข์อีกเช่นกัน ทำไมปีนี้รายได้น้อยกว่าเดิม ทำไมยอดขาย ไม่เป็นไปตามเป้า

ทำไมธุรกิจใหม่ ที่ทำยังไปได้ไม่ดี ทำไมลูกน้องลาหยุดบ่อย เคยลองหันกลับมามอง และถามตัวเองบ้างไหม

ว่าทุกวันนี้ ที่เราหาเงินมานั้น เราเอาไปเติมความสุข ให้กับตัวเองตรงไหน

บางคนทำงาน จนลืมดูแลตัวเอง ลืมดูแลคนข้างหลัง บางทีคนที่เรารัก อาจไม่ได้ต้องการ แค่เงินทองเพียงอย่างเดียว

แต่เค้าอาจจะต้องการเวลา ความอบอุ่น หรือความรักก็เป็นได้ คนที่น่าอิจฉาไม่ใช่คนที่รวยที่สุด

แต่คือคนที่มีความสุขที่สุด ไม่ว่าเขาคนนั้นจะจน หรือจะรวย เพราะฉะนั้น อย่าอวดว่ามีเงิน เพราะยามเจ็บป่วย

นอนโรงพยาบาล มันไม่ต่างอะไรกับกระดาษ อย่าอวดในตำแหน่งหน้าที่ ที่มีอยู่ เพราะวันใดที่คุณล้มป่วย

ยังมีคนเป็นจำนวนมากที่ทั้งเก่ง และเยี่ยมยอด รอเสียบตำแหน่งต่อจากคุณ อย่าอวดรถยนต์ที่คุณขับ

เพราะวันใดที่คุณหมดลมหายใจ กุญแจรถก็อยู่ในมือของคนอื่น อย่าอวดว่ามีบ้านหลังใหญ่โต

วันที่คุณจากโลกนี้ไป มันก็เปลี่ยนมือไปเป็นของคนอื่น สุขอยู่ที่ใด สุขอยู่ที่ใจ รู้ใจได้สุข