ความสุขพอเพียง เรียบง่าย ไม่สิ้นเปลือง โดย พระอาจารย์ยุทธนา เตชปัญฺโญ

เราสามารถมีความสุขได้อย่างพอเพียง ไม่เบียดเบียนใคร เรียบง่าย และไม่สิ้นเปลืองได้อย่างไร พระอาจารย์ยุทธนา เตชปัญฺโญ ได้ชี้แนะไว้ดังนี้

มีคนกล่าวถึงความพอเพียงไว้หลายรูปแบบ ในหลายศาสตร์ สำหรับการดำเนินชีวิตด้วยความพอเพียงแล้วต้องมีความสุขด้วย เป็นศิลปะของการใช้ชีวิตชั้นเลิศ

เพราะในการดำรงชีวิตทุกวันต้องเผชิญกับปัญหามากมาย ถ้าท่านไม่ขวนขวายหาความสุขความสงบให้ชีวิต นับว่าเป็นการใช้ชีวิตที่สูญเปล่า ขาดเป้าหมาย

ไร้ประสิทธิภาพ การยืนอยู่บนความพอเพียง หมายถึงใช้ทรัพยากรเงินทองไม่เกินตัว ไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น รวมทั้งต้องใช้ให้คุ้มค่าอีกด้วย

มีสมดุลทั้งรายรับ และรายจ่าย หาเลี้ยงชีพด้วยความสุจริต ไม่หวังกำไรสูงสุด แต่มีเป้าหมาย

เพื่อการเติบโตมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ดูแล้วก็เหมือนสิ่งที่พระพุทธศาสนาสอนให้เรายึดถือแนวทางสันโดษ

ไม่เบียดเบียน ลองมาใช้ชีวิตพอเพียงอย่างมีความสุข สงบ เรียบง่าย และไม่สิ้นเปลือง ควรจัดสรรเวลามาปฏิบัติดู

1. ตื่นเช้าด้วยความเบิกบาน

ตั้งใจทำความดี อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดวัน ออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง จิตใจเบิกบาน มีภูมิคุ้มกันโรคภัยไข้เจ็บ

2. เอาใจตัวเองบ้าง

เช่น ไปดูหนัง ฟังเพลง เสริมสวย เล่นกีฬา เดินช็อปปิ้ง คุยกับเพื่อน นอนกลางวัน ฯลฯ แต่อย่าลืมเรื่องความสมดุลของรายรับ รายจ่ายด้วย

3. เสียสละเล็กๆ น้อยๆ

เช่น หยุดรถให้คนข้าม ให้คันอื่นไปก่อน เก็บเศษแก้วบนพื้นถนน ช่วยคนแก่ข้ามถนน กวาดลานวัด ฯลฯ ทำอะไรก็ได้เพื่อส่วนรวม

อาจไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่ หรือต้องมีพิธีรีตองมากมาย แค่ปรับกิจวัตรประจำวันของเรา ทำอะไรเพื่อเสียสละ

โดยไม่มุ่งหวังผลตอบแทน แม้เป็นเรื่องเล็กน้อย ทำบ่อยๆ มันก็จะเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่เอง

4. จำกัดเวลาของความทุกข์

ความทุกข์ และปัญหาเป็นเรื่องที่เราต้องบริหารจัดการ ต้องมีเวลามาคิดแก้ปัญหา หาคำตอบ แต่อย่าไปใช้เวลาทุกข์กับมันนาน

อาจจะให้เวลาซักวันละ 15 นาที บอกตัวเอง หมดเวลาแล้วก็ไปหาเรื่องอื่นทำ คิดเรื่องอื่นๆ อย่าไปสนใจกับทุกข์นั้น

ถ้ามันยังอยากจะทุกข์ต่อคิดต่อ ก็บอกตัวเองว่าพรุ่งนี้ค่อยคิด เพราะวันนี้หมดเวลาแล้ว

5. อ่านหนังสือ

การอ่านหนังสือเป็นสมาธิอย่างหนึ่ง ทำให้เปิดโลกกว้างฉลาดขึ้น ความคิดจะลุ่มลึกขึ้น สมองจะผ่อนคลาย

แต่ขณะเดียวกันก็จะมีการคิดวิเคราะห์ ป้องกันการเป็นโรคสมองเสื่อมตอนแก่ได้ดี

6. เขียนบันทึก

เป็นวิธีการประมวลความคิด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรา ดูข้อดีข้อเสียของเหตุการณ์นั้นๆ ทำให้เราได้ระบาย ได้จัดระบบความคิด ได้พัฒนาตัวของเรา

จากเหตุการณ์ที่ได้เจอะเจอในชีวิตประจำวันของเรา เป็นวิธีการเจริญสติแบบหนึ่ง เตือนตัวเราเมื่อทำอะไรผิดพลาด และหาทางแก้ไขปรับปรุงอย่างไรให้ดียิ่งขึ้น

7. ดูแลบ้าน

ซ่อมแซมปรับปรุง ทำความสะอาด รื้อของเก่าเสื้อผ้าของไม่ได้ใช้ แล้วมาบริจาค นอกจากบ้านจะสะอาด

ได้บุญ ยังได้ออกกำลังกาย ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจ้างคนอื่นมาทำ พอบ้านสะอาดดูโล่งโปร่งสบาย เราก็สบายใจ สบายตา

8. สวดมนต์ไหว้พระ

นั่งสมาธิ ปฏิบัติเป็นกิจวัตรประจำวัน เริ่มจากวันละ 10 นาที รับรองจะพบสุขสงบอย่างแท้จริง

ยังมีอีกหลายอย่าง หลายวิธีที่ทำให้เรามีความสุข จรรโลงใจ และไม่สิ้นเปลือง ลองคิดพิจารณาเลือกปฏิบัติดู