คำตอบที่ถูกของชีวิตโสด นั่นคือความเหงาย่อมไม่มี แก่ผู้เจริญสติ

เมื่อหาคู่ไม่ได้ หรือหาได้แต่ยิ่งรู้สึกหนาวตัว อีกทีหาได้กลับยิ่งรู้สึกร้อนใจ

ก็เท่ากับยิ่งตอกย้ำซ้ำเติมตนว่า เราคงไม่มีคู่จริง ๆ

และเฝ้ามองคนที่มีคู่ว่า โชคดีจัง หรือกระทั่ง น่าอิจฉาเหลือเกิน

เมื่อเทียบเขาเทียบเรา เห็นตนเองโชคร้าย เห็นตนเองอับวาสนา

จึงมีการตราหน้าตนเองว่า อาภัพรัก คือเป็นผู้ปราศจากโชคทางความรัก

เหงา หากยังมีคำนี้คำเดียวฝังหัว ฝังตัว ครอบงำเป็นเงาตามไปทุกที่

แล้วในที่สุดก็จบลงด้วยอาการรอ และไม่เคยพอ กับการมีตัวคนเดียวอย่างแท้จริง

เบื่อชีวิตโสด เพราะขาดบุญเดี่ยว ผิดหวังจากใครกี่คน

ชดเชยได้ด้วย ความสมหวังจากธรรมในตนคนเดียว

เบื่อชีวิตเดี่ยว ลองหัดสวดมนต์ เปล่งเสียงสวดเต็มปากเต็มคำ

ราวกับอยากให้พระพุทธรูปท่านมีความสุข

หลายคนมาถึงคำตอบที่ถูก คือ ความเหงาย่อมไม่มีแก่ผู้เจริญสติ

บุญที่ช่วยให้อยู่คนเดียวได้อย่างเป็นสุข คือ การฝักใฝ่ในสมาธิ เจริญสติจนปลื้มใจในรสวิเวกทางจิต

ผู้เจริญสติ คือผู้ที่เห็นการปรุงแต่งทางใจอยู่ ไม่ว่าจะปรุงแต่งแบบดี ๆ

ไม่ว่าจะปรุงแต่งแบบร้าย ๆ ก็เห็นเป็นภาวะชั่วคราว

และสนุกมากขึ้นเรื่อย ๆ กับการเห็นสภาพ ผ่านมาแล้วผ่านไปทางอารมณ์ทั้งหลาย

แม้แต่ความเหงา ก็โดนจับได้ไล่ทัน ไม่เห็นอะไรมากกว่าสภาวะกดดันครู่หนึ่ง

ลมหายใจนี้กดดันมาก อีกลมหายใจกดดันน้อย

อีกลมหายใจโปร่งโล่ง เป็นอิสระจากการครอบใด ๆ

ยิ่งเห็นเหงา ยิ่งหายเหงา ยิ่งหายเหงายิ่งเห็นความไร้สาระ ของการเทียบเขาเทียบเรา

รู้แก่ใจว่าจะอยู่คนเดียวหรืออยู่เป็นคู่ ถ้าไม่เหงาก็สุขได้ ถ้ายังเหงาก็ทุกข์ได้

ยิ่งเห็นเหงา ยิ่งเห็นว่าอารมณ์เหงาไม่ใช่ตน และยิ่งไม่ใช่เจ้านาย

ที่เราต้องรับใช้ไปตลอดชีวิต ด้วยการกัดฟันมีคู่ที่ไม่รู้สึกว่าใช่

พบรักแท้ว่ายากแล้ว เหมือนโชคดีเหลือเกินแล้ว

แต่ความจริงคือ พบทางพ้นทุกข์นั้นยากกว่า และโชคดีกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้

เพราะความรัก เป็นสิ่งที่เจืออยู่ด้วยความว้าวุ่น

และต้องยุติลงด้วยการจากเป็นหรือจาก ต า ย

แต่ความพ้นทุกข์ มีแต่ความสงบที่เต็มบริบูรณ์ กับทั้งเป็นอมตะอย่างแท้จริง ไม่มีการพรากจากอีกเลย

ขอบคุณแหล่งที่มา : dungtrin