คีย์ในการภาวนา สติ สำคัญกว่า ความนิ่ง

คนเราทำสมาธิ อยากได้ความสงบพอสงบก็จบได้ ยิ้มออกได้ พอไม่สงบก็ผิดหวัง รู้สึกอึดอัดใจ ดิ้นรน ทุรนทุราย แล้วก็ไม่อยากนั่งสมาธิอีก

สมาธิคือ การเปลี่ยนอึดอัดเป็นสบาย แต่หลายคนทำสมาธิแล้วเปลี่ยนสบายเป็นอึดอัด เพราะเริ่มด้วยความมุ่งหมายผิด

เช่น จะบีบบังคับให้ตัวเองนิ่งทื่อทันที จิตสงบทันที เลิกฟุ้งซ่านทันที หรือเห็นลมหายใจชัดทันที การบังคับตัวเองเช่นนั้น ก่อให้เกิดความเครียดกับจิต เป็นแรงอัดที่พร้อมจะก่อตัวเป็นความฟุ้งซ่านยิ่งขึ้นไปอีก

จุดเริ่มต้นควร ทำความเข้าใจให้ถูกตรง ก่อนทำสมาธิไม่ใช่เพื่อให้จิตสงบ ไม่ใช่เพื่อไปจับจุดว่าทำได้ทำไม่ได้ฟุ้งซ่านมากฟุ้งซ่านน้อย แต่เพื่อจะจับจุดว่ามันเที่ยงหรือไม่เที่ยง

สิ่งที่พิเศษ สิ่งที่ดีก็คือ สติเห็นทั่วทั้งกายใจนี้ กำลังแสดงความไม่เที่ยงอยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่ลมหายใจเข้าออกไปจนกระทั่งความรู้สึกนึกคิด

ไม่ว่าจะเกิดภาวะเลิศเลอแค่ไหน ก็ไม่ติดใจ ไม่ยินดี เห็นเป็นแค่ปัจจัยทางด้านกุศล หรือจิตมันแย่ลงเสื่อมลงก็ไม่เสียใจ เห็นเป็นเหตุปัจจัยของความเสื่อมลง

ไม่มีความเสียใจ ไม่มีความดีใจ มีแต่ความเป็นอุเบกขา รู้แต่ว่าเห็นอย่างนั้นเห็นตามจริง ไม่ใช่ว่าเราจะต้องมีปัญญาสูงส่ง หรือต้องมีไอคิวทางธรรมที่สูงขึ้นไปกว่านี้

แต่เราเป็นของเราอย่างนี้แหละ เอาตัวที่กำลังฟุ้งซ่าน ที่กำลังกระโดดบ่อยๆ แบบนี้มาใช้ดูความไม่เที่ยงเมื่อไหร่ เห็นความไม่สงบแสดงตัวชัดๆ เมื่อนั้น

จะเห็นความไม่สงบค่อยๆ แปรตัวไปค่อยๆ อ่อนกำลังลงในที่สุด พอจิตของเรามีกำลังแล้ว รวมเป็นสมาธิขึ้นมาจริงๆ มันก็จะเอาความเคยชิน ที่จะเห็นแบบนี้แหละติดตามเป็นเงาตามตัวไปด้วย

จำไว้นะครับ สติ สำคัญกว่าความนิ่ง นี่คือสิ่งที่เป็นคีย์ในการภาวนาจริงๆ เมื่อจับจุดถูก เตรียมใจเห็นความไม่เที่ยงทุกครั้งที่นั่งสมาธิ ปลายทางของการนั่งสมาธิทุกครั้ง จะเป็นความทรงจำว่าเป็นสุข เป็นความพอใจ

เห็นความจริงชัดขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกว่าคืบหน้าขึ้นเรื่อยๆ เลิกคาดหวังผิดๆ เลิกผิดหวังอย่างสูญเปล่า แล้วกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ในการนั่งสมาธิแบบพุทธในที่สุด

สมาธิไม่ได้เกิดจากการบังคับใจให้นิ่ง แต่เกิดจากความเต็มใจรู้อยู่กับสิ่งที่น่ารู้นานพอ

ขอบคุณแหล่งที่มา : dungtrin