คุณลุงมีลูก 5 คน เมื่อคุณลุงไม่มีเงิน..ก็จำเป็นต้องไปอาศัยอยู่บ้านลูกๆ ทั้ง 5 คน

คุณลุงมีลูก 5 คน เมื่อคุณลุงไม่มีเงิน..ก็จำเป็นต้องไปอาศัยอยู่บ้านลูกๆ ทั้ง 5 คน

นิทานเรื่องนี้สอนดีมาก ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้เขียนไว้ แต่หากเอาไว้เตือนใจได้ทั้งพ่อแม่และลูกเลยทีเดียวค่ะ

หลายคนมีลูก เพื่อหวังให้เลี้ยงดูตอนแก่ ถามจริงๆ ว่าเราได้เลี้ยงดูพ่อแม่เราอย่างดีแล้วหรือเปล่า

ลองอ่าน นิทานเรื่องนี้ก่อนก็ได้ค่ะ แล้วจะเข้าใจสัจธรรมของชีวิตมากขึ้นอีกเยอะเลย

เพราะความกตัญญูมันแปรเปลี่ยนไปด้วย ความอยู่รอดกันมากพอสมควรในปัจจุบัน

กาลครั้งหนึ่ง มีคุณลุงอยู่ท่านหนึ่ง ในช่วงวัยหนุ่ม คุณลุงท่านนี้เป็นหัวหน้าคนงานอยู่ในเหมืองทองคำ

มีรายได้ดีมาก แต่คุณลุงท่านนี้ไม่เคยเก็บเงินเลย มีเท่าไรก็ใช้หมด

เนื่องจากคุณลุงเป็นคนจิตใจดี ใครมาหยิบยืมก็ให้ เลี้ยงเพื่อนฝูงตลอด

คุณลุงมีเพื่อนเยอะมาก จนกระทั่งคุณลุงท่านนี้เกษียณอายุจากการทำงาน

ปรากฏว่าไม่มีเงินเหลือเลย จากชีวิตการทำงานอันยาวนาน

คุณลุงมีลูก 5 คน เมื่อคุณลุงไม่มีเงินก็จำเป็นต้องไปอาศัยอยู่บ้านลูกๆ ทั้ง 5 คน

วันจันทร์ ไปอยู่บ้านลูกสาว ก็ถูกลูกเขยพูดจากระทบกระเทียบ

เช่น ทำไมคุณพ่อคุณไม่ไปบ้านลูกคนอื่นบ้างนะ ผมจะทำอะไรก็อึดอัดจริงๆ

วันอังคาร ไปอยู่บ้านลูกชาย ก็ถูกหลาน และลูกสะใภ้กระทบกระเทียบ

เช่น รำคาญคุณปู่จังเลย กับข้าวที่หนูชอบดูสิคุณปู่ทานหมดเลย

ทำไมคุณปู่ไม่ไปบ้านอื่นบ้าง เป็นเช่นนี้ตลอด คุณลุงก็เปลี่ยนไปอยู่บ้านลูกคนนั้นที คนนี้ที

ก็ถูกลูกบ้าง ลูกเขยบ้าง ลูกสะใภ้บ้าง หลานบ้างพูดจาถากถางอยู่ตลอด

แต่คุณลุงก็ต้องทน เพราะคุณลุงไม่มีเงิน เก็บแม้แต่บาทเดียว

อยู่มาวันหนึ่ง คุณลุงตัดสินใจเรียกลูกๆ ทุกคนมาแล้วบอกว่า พ่อจะไม่อยู่สัก 2 ปีนะลูก

เพราะเพื่อนพ่อที่เป็นเจ้าของเหมืองทองคำมันเขียนจดหมายมาขอร้องให้พ่อไปช่วยงานที่เหมืองทองคำของมัน

พ่อจำเป็นต้องไปช่วยเขาจริงๆ ลูกๆ ได้ฟังก็ดีใจสนับสนุน เพื่อให้คุณลุงท่านนี้ไปให้พ้นๆ จะได้ไม่เป็นภาระอีกต่อไป

เมื่อครบ 2 ปี คุณลุงท่านนี้กลับมาพร้อมกับลังเหล็กใบใหญ่ 1 ใบ

ไปไหนแกก็ลากไปด้วย ลูกๆ ก็พากันแปลกใจและถามว่า ลังอะไร

คุณลุงตอบว่าเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย ที่ได้มาจากเหมืองทองคำของเพื่อน

ถ้าใครดูแลพ่อจนถึงวาระสุดท้ายก็จะมอบสมบัติในลังเหล็กให้ทั้งหมด

ปรากฏว่า ลูกๆ พากันตื่นเต้น ต่างอาสามาดูแลคุณพ่อกันยกใหญ่

วันจันทร์ คุณลุงก็อยู่กับลูกสาวคนโต ลูกเขยกับหลานก็พากันเอาใจบีบนวดให้

หาของกินดีๆ มาให้ แต่ยังไม่ทันไรลูกชายคนที่สองก็มาตามให้ไปอยู่ด้วย

และก็เช่นกันยังไม่ทันไร ลูกสาวคนที่สาม ก็มาตามให้ไปอยู่ด้วยอีก

ปรากฏว่าลูกๆ ทั้ง 5 คน ของคุณลุงต่างแย่งกันเอาใจและปรนนิบัติคุณลุงท่านนี้อย่างดี

แต่เวลาไปไหนคุณลุงก็จะลากลังเหล็กใบนี้ไปด้วยตลอด เวลาผ่านไป 7 ปี

คุณลุงท่านนี้เสียชีวิตลง หลังงานพิธี ลูกๆ ทุกคนมานั่งล้อมลังเหล็กใบนี้เพื่อแบ่งสมบัติกัน

ลูกสาวคนโตเป็นคนเปิดฝาลังเหล็ก พบว่า ยังมีผ้าสีขาวปิดอยู่อีกชั้นหนึ่ง

และมีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่ ลูกสาวคนโตก็เปิดอ่าน ให้น้องๆ ฟัง

เนื้อความในจดหมายเขียนไว้ว่า “ถึงลูกๆ ที่รักทุกๆ คน ก่อนอื่นพ่อต้องขอบคุณก้อนหินทุกๆ ก้อน

ในลังเหล็กใบนี้ ที่ได้เลี้ยงดูชีวิตพ่อจนถึงวาระสุดท้าย

พ่อขอให้ลูกๆ แบ่งก้อนหินในลังเหล็กใบนี้ไปคนละเท่าๆ กัน เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจ

ให้พวกเจ้าหมั่นเก็บออมเสีย ตั้งแต่วันนี้ เพื่อเวลาพวกเจ้าแก่ตัวลง จะได้ไม่มีชีวิตที่น่าสมเพชอย่างพ่อ รักลูก จากพ่อ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าประมาท อย่าคาดหวังว่าใครจะเลี้ยงดูเรา

ให้เร่งเก็บออมเสียตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้มีชีวิตบั้นปลายที่สุขสบาย

ได้ฟังนิทานเรื่องนี้ทีไรให้รู้สึกสะท้อนใจทุกครั้ง และไม่เคยคิดว่า เป็นเพียงนิทาน

เพราะเหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ที่ไม่เตรียมพร้อมในการออมเงิน

เก็บออมเงินเสียตั้งแต่เนิ่นๆ จะหวังพึ่งพาใครไหนเล่า จะดีเท่าพึ่งพาตัวเอง