คุณสอนลูกแบบไหน ให้เขาเป็นลูกจ้าง หรือเจ้าของธุรกิจ

คุณสอนลูกแบบไหน ให้เขาเป็นลูกจ้าง หรือเจ้าของธุรกิจ

เป็นอีกหนึ่งบทความที่น่าอ่านมากเลยค่ะ เป็นอีกหนึ่งบทความที่ให้ข้อคิดมากมายในการใช้ชีวิต

เป็นประสบการทำมาหากิน เปลี่ยบเทียบว่า การที่เราเป็นลูหน้อง กับเจ้าของธุระกิจของตัวเองนั้น อะไรดีกว่ากัน

และสองอย่างนี้แต่งต่างกัน ยกตัวอย่างแม่ค้าที่ต้อยต่ำ ไม่มีเกียรติ กับพนักงานบริษัท จะเป็นอย่างไร เราลองไปอ่านกันเลยดีกว่าคะ

1. แม่ค้าขายปลาทู (เจ้าของกิจการ)

ใครเดินผ่าน ยิ้มเหม็นคาว ทั้งปลาทู ทั้งคนขาย หาเกียรติหาศักดิ์ศรี ทางสังคมไม่ค่อยได้

ขายปลาทู ใครจะสนใจ แต่รู้มั้ย ขายปลาทูเป็นเจ้าของกิจการ มีวันขายดี มีวันขายไม่ดี

จะวันไหนก็ช่าง ยิ้มได้ตลอด ที่แน่ๆ มีวันร่ำรวยแน่นอน

2. พนักงานบริษัท (ลูกจ้าง)

แต่งตัวสวยหอม ตั้งแต่หัวจรดเท้า รู้มั้ย สิ้นเดือนมาจ่ายค่าเครื่องสำอางที่เซ็นต์เค้าไว้เท่าไร

ไหนจะค่า อี อ อ น อีกเพียบ แม่ค้าขายปลาทู ตื่นจากเตียงไปตลาด ไปสั่งงานลูกน้อง

พนักงานบริษัท ที่แต่งตัวสวยๆ ตื่นออกจากบ้าน ไปรับคำสั่งคนอื่น

แม่ค้าขายปลาทู ไปดาวน์รถกระบะ ไว้ส่งของให้ลูกค้า เกิดรายได้

พนักงานคนสวยดาวน์รถเก๋งในฝัน ไว้ประดับฐานะ ทางสังคม

แม่ค้าขายปลาทู เอากำไรผ่อนรถกระบะ 5 ปี ผ่านไป ผ่อนรถหมด

ได้ทั้งกำไร ที่เป็นเงิน กำไรที่เป็นรถ พนักงาน คนสวย เอาเงินเดือน มาผ่อนรถ

เงินเดือนมา จากค่าแรง บวกโอ ที 5 ปีผ่านไปได้รถเก่าๆ คันนึง กับเงินในบัญชี ไม่กี่พันบาท

แม่ค้าขาย ปลาทู ลื่นล้มหัว แตกนอนโรงบาล กดโทรศัพท์ สั่งงานลูกน้อง

หัวแตก เงินยังเข้ากระเป๋า พนักงาน คนสวย ลื่นล้มเหมือนกัน นอนโรงบาล

ประกันสังคมจ่ายแต่ ค่าบัตรเครดิต ค่าเครื่องสำอางที่ผ่อนไว้ กูเจ็บ กูก็ต้องจ่าย

รายได้หยุด เมื่อทำงานไม่ได้ ผู้เขียนนี่นะ ไม่ได้มีอคติอะไรกับมนุษย์เงินเดือน คุณก็มีศักดิ์ศรี

มีความเป็นคนเท่าๆ กับทุกๆ คน ผู้เขียนจะสื่อสารว่า เลิก หยุด พอกันที

ไอ้การออกจากบ้าน ไปทำงานที่คุณไม่ชอบ ทำให้คนอื่นรวย

ขายปลาทูไร้เกียรติ ได้เงินเดือนละ 5 แสน เป็นพนักงาน แต่งตัวสวย

ได้เงินเดือน 15,000 บาท หักหนี้บัตรหักทุกอย่าง บางเดือนติดลบ

เราเลือกแล้ว คุณเลือกอะไร เชื่อเถอะว่า การที่เราทำในสิ่งที่เรารัก

ทำในสิ่งที่เราชอบ เราจะมีความสุข และอยู่กับมันได้นาน