จงยอมรับความจริงในชีวิต และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้

จงยอมรับความจริงในชีวิต และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้

เคยได้ยินประโยคนี้ไหม? จะหนีอะไรก็หนีได้ แต่คุณไม่สามารถหนีความจริงที่เกิดขึ้นในขีวิตได้

แม้ความจริงบางอย่าง จะไม่ตรงใจเอาซะเลย แถมบางครั้งยังสร้างความเจ็บปวดให้อีก

ในเมื่อหนีไม่ได้ ก็จงยอมรับความจริง และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้ แต่เพราะชีวิตต้องเจอเรื่องราวมากมาย

ดังนั้น เราไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับทุกเรื่อง หากมันจะยิ่งสร้างความลำบากให้ตัวเอง

แค่เรื่องที่สำคัญ และไม่ทำให้คุณต้องเสียใจ หรือเสียโอกาสบางอย่างในอนาคตก็พอแล้ว

ซึ่ง 7 ความจริงต่อไปนี้ คือความจริงในชีวิตที่คุณควรยอมรับให้ได้มากที่สุด

1. ความกลัวไม่มีอยู่จริง แต่เป็นเราเองที่สร้างมันขึ้นมา

“ความกลัว” เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับทุกคน แต่น่าแปลกที่บางครั้งหลายๆ

คนไม่สามารถยอมรับความกลัวของตัวเองได้ บางคนถึงขั้นพยายามหลบซ่อน เก็บอาการ

ทำเหมือนว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกอะไร เพื่อป้องกันตัวเองจากความกลัวที่อาจต้องเจ็บปวด

ซึ่งรู้หรือไม่ว่า แท้จริงแล้ว ความกลัวไม่เคยมีอยู่จริง แต่เป็นตัวเราเองที่สร้างมันขึ้นมา

ในเมื่อมันเกิดขึ้นเพราะตัวเราเอง จงทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แต่อย่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความกลัวจนไม่กล้าทำอะไร อย่าปล่อยให้มันเข้ามาบั่นทอนความเข็มแข็งของจิตใจคุณไปเสียหมด

2. ความลังเลเป็นสิ่งที่ทำให้เสียเวลาชีวิต และทำให้คุณต้องทำงานหนัก

“เวลา” คือสิ่งมีค่าและเป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่ไม่สามารถย้อนกลับได้

แต่หลายครั้งเรามักรู้สึกเกิดความลังเลเมื่อต้องเลือกหรือตัดสินใจบางอย่าง

เช่น ลังเลว่าจะทำงานนี้สำเร็จหรือไม่? ลังเลว่าเลือกแบบไหนดีกว่ากัน?

ซึ่งอาจทำให้คุณต้องทำงานอย่างหนักขึ้นเพื่อแข่งกับเวลาที่เสียไปกับความลังเล

ไม่เพียงเท่านั้น มันยังทำให้คุณมัวแต่มองย้อนกลับไปอดีตแทนที่จะเดินหน้า

ดังนั้น เพื่อที่จะไม่เสียใจทีหลัง คุณต้องยอมรับว่าสิ่งล่อใจที่จะทำให้เกิดความลังเลมีอยู่ทุกที่

แต่เป็นหน้าที่ของคุณที่จะไม่ปล่อยให้ตัวเองหลงอยู่ในความลังเลจนเสียเวลาหรือเสียโอกาสสำคัญไป

ถ้าคุณสามารถตัดสินใจเลือกสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ได้ คุณก็จะสามารถก้าวไปสู่พรุ่งนี้โดยไม่ต้องถูกพันธนาการของเมื่อวานรั้งไว้

3. อย่าเดินละเมอหลงทางตลอดชีวิต

นี่คือหนึ่งในบทเรียนของ Warren Buffet

ซึ่งหมายความว่า คุณต้องใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ได้ในตอนนี้อย่างทันที

อย่ารอจนมันสายเกินไป เพราะจนกว่าคุณจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิต คุณอาจต้องใช้ความพยายามอย่างมาก

ดังนั้น การเสี่ยงดวงลองลงมือทำเลยย่อมดีกว่าการอยู่เฉยๆ และปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป

ซึ่งนี่ก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้จากความผิดพลาด ลองคิดทบทวนกับตัวเองว่า

ตอนนี้คุณกำลังรู้สึกอะไรอยู่ หรือมีอะไรที่อยากทำแต่ทำไม่ได้หรือยังไม่ได้ทำบ้าง

เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไร จงเดินหน้าลงมือทำ อย่าปล่อยให้ตัวเองหลงทางนาน

4. ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตตามกฎหรือความคาดหวังของใครเสมอไป

แน่นอนว่าการใช้ชีวิตเรื่องของ “กฎ” และ “ความคาดหวัง”

จากทั้งคนในครอบครัว หรือแม้แต่สังคมตั้งไว้ให้คุณต้องทำตามเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ก็ใช่ว่าจำเป็นต้องทำตามทุกอย่างโดยเฉพาะหากสิ่งนั้นไม่ได้นำเงินหรือความสุขมาให้

เพราะความสุขที่แท้จริงของคนเรา คือการใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นหมอ

เพียงเพราะพ่อแม่อยากให้เป็น คุณไม่จำเป็นต้องเรียนครูแทนที่จะเรียนดนตรีในแบบนที่ตัวเองชอบ

ชีวิตเป็นของเราไม่ใช่ของคนอื่น หยุดจำกัดตัวเองเพราะต้องทำตามความคาดหวังของใคร

5. การเป็นคนใจดี จะตอบแทนคุณด้วยพลังงานดีๆ

เพราะความใจดีมีเมตตาไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนโลกรอบตัวเราให้น่าอยู่ขึ้นเท่านั้น

แต่หากเราเป็นหนึ่งในคนใจดีเหล่านั้นมันยังเปลี่ยนชีวิตเราด้วย จงเรียนรู้ที่จะให้มากกว่าที่คุณได้รับ

อาจเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการยิ้มให้คนแปลกหน้าที่ดูเหมือนว่าเขากำลังเผชิญวันแย่ๆ อยู่

ให้เงิน 100 บาท กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ลืมกระเป๋าเงินไว้ที่บ้าน เมื่อคุณจดจ่ออยู่กับความใจดี

คุณก็จะได้รับความใจดีจากคนอื่น รวมถึงนำพาพลังงานแง่บวกมากมายมาสู่ชีวิต และให้คุณมีความสุขกับแต่ละวันได้ง่ายมากขึ้น

6. ไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่าง แต่จงรู้จักขอบคุณสิ่งเล็กน้อยที่คุณมีก็พอ

ยิ่งอายุมากขึ้น เราทุกคนจะยิ่งซาบซึ้งกับทุกสิ่งที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมากขึ้น

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็จะยังคงให้ความสำคัญกับทุกสิ่งที่ยังไม่มี

คุณไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างที่ใจต้องการ หากมันยากเกินไป

แต่จงรู้จักขอบคุณและให้ความสำคัญกับสิ่งเล็กน้อยที่มีในชีวิต

เช่น การอ่านออกเขียนได้ มีอินเทอร์เน็ตใช้ มีโทรศัพท์มือถือ มีคอมพิวเตอร์ มีงานดีๆ ทำ

แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคุณ แต่อย่าลืมว่าบนโลกนี้มีคนอีกมากมายที่ไม่ได้มีโอกาสหรือมีในสิ่งที่คุณมี

ยิ่งคุณสามารถขอบคุณสิ่งดีๆ และมีความสุขกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตได้มากเท่าไร คุณก็จะยิ่งได้รับสิ่งดีๆ โอกาสดีๆ มากขึ้นเท่านั้น

7. อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่

หลายครั้งที่มีปัญหาเกิดขึ้น ความคิดของคนเรามักมุ่งให้ความสนใจไปที่ปัญหานั้นเสมอ

จนบางครั้งจากเป็นเพียงปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้สำคัญอะไร แต่เป็นเราเองที่ทำให้มันยุ่งเหยิงและแก้ยากกว่าเดิม

กี่ครั้งแล้วที่วันนี้คุณคิดว่ามันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคุณมาก แต่ในวันถัดไป สัปดาห์ หรือเดือนถัดไป คุณกลับแทบจะไม่เคยคิดถึงมันเลย

หากความคิดนี้เกิดขึ้นกับคุณอีก จงหยุดทบทวนและถามตัวเองก่อนว่า ปัญหานี้จะส่งผลอะไรกับคุณเมื่อเวลาผ่านไปหรือไม่

ซึ่งส่วนใหญ่คำตอบคือ “ไม่” ดังนั้น เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องมานั่งเสียใจทีหลัง จงอย่าทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่

หยุดกังวล และตัดทุกเรื่องที่ไม่จำเป็นออกไปจากความคิดให้ได้