จงแก่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีความสุข อยู่ให้คนรักไม่ใช่เป็นภาระให้ลูกหลาน

จงแก่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีความสุข อยู่ให้คนรักไม่ใช่เป็นภาระให้ลูกหลาน

จงเป็นคนแก่ที่มีคุณค่า มิใช่เป็นคนแก่ที่ได้แค่ชื่ออยู่นาน

รู้ทุกเรื่อง ประสบการณ์เยอะ แต่ใช้ชีวิตเหมือนคนไม่รู้อะไรเลย

ยิ่งเรามีอายุมากขึ้น เรายิ่งต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติ มีเหตุผล ควบคุมตัวเองได้ดี

มิใช่อายุมาก จะทำอะไรตามใจตัวเอง ขาดการควบคุม ไม่ตั้งอยู่บนความถูกต้อง

จงใช้ชีวิตปั้นปลายอย่างมีคุณค่า พิจารณาทุกอย่างด้วยเหตุและผล

จงเป็นคนแก่ที่เป็นแบบอย่างให้คนรุ่นหลังชื่นชม จงแก่อย่างมีคุณค่า จงชราอย่างมีคุณภาพ

อยู่ไปนานๆ ให้ลูกหลานเคารพรัก มิใช่อยู่ให้ลูกหลานรังเกียจ จนต้องหนีหาย

อย่าแก่เพียงเพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน เมื่ออายุมากขึ้นจงมีความสุขมากขึ้นตามอายุ

เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น สิ่งที่เราจะต้องระวังคือเราไม่สามารถทำงานไปได้ตลอดชีวิต

หรือคิดดูแลลูกหลานไปได้จนวัน ต า ย ดังนั้นบางสิ่งบางอย่างก็ต้องวางมือ

ลูกหลานต่างมีบุญวาสนาของตัวเองอยู่แล้ว ให้เขาคิดทำไปหากเราคิดทำแทนไปเสียหมด

สุดท้ายคนที่เหนื่อยก็คือตัวเรานี่แหล่ะ ถ้าวันหนึ่งไม่มีเราแล้ว เขาจะอยู่กันอย่างไร

คนแก่อย่างเราๆ ต้องรู้จักเชื่อใจลูกหลาน ส่งเสริมสิ่งที่ดีงามให้แก่เขา

อย่าให้ใครเขาด่าได้ว่า เก่งแต่รุ่นพ่อแม่ ลูกหลานไม่เอาไหนสักคน

ตำแหน่งก็เป็นแค่ภาพลวงตา วันหนึ่งเมื่อทำงานไม่ได้ ชื่อเสียงเหล่านั้นก็จะค่อยๆ ถูกลืมเลือน

และมีคนมาแทนที่ในที่สุด อย่าได้ยึดติดกับอะไรอีกเลย ตัณหาต้องลดลง ความโลภ ความโกรธ ความหลงต้องลดลง

คุณธรรมความสุขุมต้องมากขึ้น ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาต้องมากขึ้น หมั่นเตือนตัวเองนะ

อยู่ให้ลูกหลานเคารพรัก มิใช่อยู่ให้ลูกหลานหวาดกลัวจนไม่มีใครยอมเข้าใกล้

หากกลัวว่าจะไม่มีใครรักตอนแก่ จงรีบสร้างเนื้อสร้างตัว อย่าให้ภาระหนี้สินที่ตัวเองเป็นคนก่อตกถึงมือลูกหลาน

เด็กรุ่นใหม่ควรได้รับชีวิตและโอกาสในการก้าวเดินที่ดี อย่ายัดเยียดภาระความกตัญญูให้แก่พวกเขาเลย

เราเองไม่ใช่หรือที่เป็นคนทำให้เขาเกิดมา เขาไม่ได้เรียกร้อง รีบสร้างตัว วางแผนไว้ แก่มาจะได้ไม่ต้องลำบาก