จากลูกชาวนารายได้หลักสิบ มาเป็นพ่อค้า รายได้หลักแสน

จากลูกชาวนารายได้หลักสิบ มาเป็นพ่อค้า รายได้หลักแสน

หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ประโยคนี้คงหนีไม่พ้นกับอาชีพชาวนา เกษตรกรทุกคนต่างรู้กันดีว่าการทำนายาก เหนื่อย ต้นทุนสูง

และอาจไม่คุ้มค่า แต่เกษตกรหลายคนต่างมองว่าชาวนาเป็นอาชีพที่มีความสุข ทำให้ผู้คนอิ่มท้อง

ผู้บริโภคมีรอยยิ้ม ก็สร้างความสุขให้กับเกษตรกร สามารถที่จะอยู่อย่างพอกินพอใช้ ไม่ขัดสน

หาเลี้ยงชีพ และได้อยู่กับครอบครัวก็เพียงพอแล้ว แม้ว่าบางครั้งจะถูกลืม

เหมือนคนกลุ่มน้อยที่ไม่มีปากมีเสียง ขายข้าวไม่ได้ราคา ก็ไม่มีคนเห็นใจ

ใช้ชีวิตอย่างลำบาก ขาดโอกาสในการต่อรองราคา ถูกรังแกจากพ่อค้าคนกลาง เกษตรกรไม่สามารถที่จะทำเองได้ทุกอย่าง

จะให้หันไปปลูกอย่างอื่นก็ไม่ได้ ชาวนาส่วนใหญ่ปลูกข้าวมาครึ่งค่อนชีวิต

และสืบทอดต่อกันมา ให้เปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่นก็ขาดองค์ความรู้ เงินทุน

หรือกลัวว่าจะขาดทุน ส่วนทรัพยากรน้ำก็ขาดแคลน แม้ว่าจะขุดบ่อ

หรือเจาะน้ำบาดาล ก็ไม่เพียงพอ และใช้ต้นทุนค่อนข้างสูง ทำให้ต้องรอฝนตกเท่านั้น

บางครั้งผู้คนในสังคมต่างใช้ชีวิตด้วยความสบายจนลืมคนข้างหลังไป

ไม่มีเกษตรกรคนไหนอยากจน พวกเขาล้วนแล้วแต่พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว

แต่พวกเขาทำได้เท่านี้ คำกล่าวของเกษตรกรชาวนาที่สะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นจนหนทางที่จะลืมตาอ้าปาก

แม้ว่าจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นชาวนา หรือเกษตรกร มีปัญหาและอุปสรรคหลายประการ

ที่จะทำให้อาชีพที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เคลื่อนสถานะจากชาวนาผู้ยากจน ไปสู่ชาวนาผู้ร่ำรวย

ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยภายนอกอย่างสภาพเศรษฐกิจ ตลาดที่แข่งขันสูง ราคาข้าวเปลือกที่ไม่แน่นอน

โรงสี พ่อค้าคนกลางจอมขูดรีด และปัจจัยภายในอย่างวงจรการกู้ทำนา การขาดองค์ความรู้

การขาดเงินทุน และทรัพยากรน้ำ ทุกปัจจัยที่กล่าวมา ล้วนแต่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของเกษตรกรทั้งสิ้น

เกิดเป็นปัญหาเรื้อรังที่นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำ และความยากจนภายในสังคมไทย

ซึ่งเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนในระยะยาว

วิธีแก้ไขคือ ชาวนาต้องหันมาค้าขาย ในช่วงที่ว่างเว้นจากการทำนา

มีนาก็ทำไปพอได้กิน ไม่ต้องซื้อข้าวเขากิน และหาอาชีพค้าขายเสริมเล็กๆ น้อยๆ

อย่ากดดันตัวเองมากไป มันจะเหนื่อย ให้ทำพอทำไหว แล้วเราจะมาคิดว่าเราจะขายอะไรจึงจะไม่ขาดทุน

ถ้าไม่รู้เรื่องค้าขายออนไลน์ในอินเตอร์เนต ขอแนะนำรถพ่วงข้างมอเตอร์ไซค์ อาจจะขายลูกชิ้น ขายน้ำ ขายไอศครีม ขายผลไม้

ซึ่งจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดี เช่น รถพ่วงขายไอศครีม ขายได้ 5 บาท 10 บาท ก็ได้เงิน อย่าดูหมิ่นเงินน้อยนะ

ในแต่ละวัน รถพ่วงไอศครีมได้กำไรวันละ 400 อย่างต่ำ อย่างสูงก็ได้กำไร 800 ถึง 1000 ต่อวัน

ถึงจะเป็นเงินที่น้อย แต่ก็ดีกว่าทำนาเพียงอย่างเดียว ถ้าเราขยันขาย ไม่อายทำกิน มีการพัฒนาการขยายสินค้า มุ่งสู่หลักแสนได้แน่นอน

ขยันมากได้เงินเพิ่มมากขึ้น มีรายได้ที่ไม่ตา ย ตัว ไม่เหมือนเป็นลูกจ้างเขา ที่มีค่าจ้างตา ยตัว และเจ้านายอาจกดดัน

บทความนี้คงเตือนสติแก่ผู้มีบารมี มีปัญญา ผู้ที่จะร่ำรวยไปข้างหน้าเท่านั้น พวกเขาจะไม่นอนบ่นว่าตัวเองจน

จะไม่หวังถูกหวยไปวันๆ พวกเขาจะคิดหาวิธี เพื่อให้ชีวิตอยู่รอดต่อไปโดยไม่หวังพึ่งพาคนอื่น หรือพึ่งคนอื่นให้น้อยที่สุด

คนที่จะรวยได้ ต้องมีบารมี มีบุญเก่า ที่ทำให้มองเห็นโอกาส และพลิกโอกาสขึ้นมาได้ด้วยปัญญาของตน ส่วนเราก็เป็นได้แค่คนแนะนำแค่นั้น