ชายตาบอดถือโคมไฟ ข้อคิดดีๆ ในยุคสังคมเห็นแก่ตัว

ชายตาบอดถือโคมไฟ ข้อคิดดีๆ ในยุคสังคมเห็นแก่ตัว

ชายตาบอดถือโคมไฟ เรื่องเล่าในอดีตที่เหมาะกับยุคสมัยนี้ ในยุคสมัยที่ต่างคนต่างเห็นแก่ตัวมากขึ้น

มีเรื่องเล่าอยู่ว่า มีซอยเล็กๆ ซอยหนึ่งที่ทั้งมืดทั้งแคบ ไม่มีแสงไฟส่องทาง

แต่เป็นถนนที่ทุกคนต่างใช้สัญจรกันเป็นประจำ เพราะเป็นเส้นทางลัด

คืนวันหนึ่ง พระรูปหนึ่งเดินผ่านเข้ามายังซองนี้ เพื่อมุ่งหน้าไปยังอารามที่มืดมาก

กระทั่งนิ้วมือทั้งห้า ยังไม่อาจมองเห็นได้ เมื่อเดินไปเรื่อยๆ พระรูปนี้จึงเดินไปชนผู้อื่น

และถูกผู้อื่นเดินมาชน ไม่หยุดหย่อน สร้างความลำบากยิ่งนัก

ตอนนั้นเอง คนผู้หนึ่งถือโคมไฟ เดินเข้ามายังตรอกดังกล่าว

พลันทำให้ในตรอกเกิดแสงสว่างขึ้นพอสมควร พระได้ยินคนเดินผ่านทาง

กล่าวว่าคนตาบอดผู้นั้นช่างแปลกนัก ตนเองมองไม่เห็นแท้ๆ ใยต้องถือโคมไฟให้วุ่นวาย

เมื่อพระได้ยินก็รู้สึกแปลกใจ รอจนกระทั่งคนตาบอด ถือโคมไฟคนนั้นเดินผ่านมา

จึงเอ่ยถามขึ้นว่า “ ขออภัย ท่านตาบอดจริงๆ หรือ? ”

คนผู้นั้นตอบว่า “ ถูกแล้ว ข้าเกิดมาก็พิการตาสองข้างมองไม่เห็น

สำหรับข้านั้นไม่ว่าจะยามเช้า สาย บ่าย เย็น ล้วนไม่ต่างกัน ทั้งยังไม่ทราบว่า แสงสว่างหน้าตาเป็นเช่นไร ”

พระได้ยินดังนั้นก็ ยิ่งงุนงงมากขึ้น เอ่ยถามต่อไปว่า “ เช่นนั้นท่านจะถือโคมไฟไปเพื่ออะไร? ”

คนตาบอดตอบว่า “ เนื่องเพราะข้าเคยได้ยินคนพูดกันว่า ในยามกลางคืน ไร้แสงสว่าง

คนตาดีทั้งหลายก็เป็นเช่นเดียวกับข้า คือมองไม่เห็นสิ่งใด เมื่อครู่ท่านเดินอย่างมืดมนในตรอก

คงโดนคนเดินสวนไปมาชนเอา ใช่หรือไม่? ท่านดูข้าเองสิ แม้เป็นคนตาบอด แต่ข้าไม่โดนผู้อื่นเดินชนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ทั้งๆ ที่เมื่อก่อน ข้าก็เป็นเช่นเดียวกับท่าน คือโดนคนเดินมาชนเอาบ่อยครั้ง

แต่เมื่อข้าถือโคมไฟ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ที่ข้าจุดโคมไปไหนมาไหนด้วยนั้น

ข้าจุดเพื่อให้แสงสว่างกับผู้อื่น และเพื่อให้ผู้อื่นมองเห็นตัวข้า ตั้งแต่นั้นมาข้าก็ไม่โดนผู้ใดเดินชนอีกเลย

พระได้ยินความดังนั้นก็บรรลุปัญญา ซึ่งการช่วยเหลือผู้อื่น เป็นประโยชน์สูงสุดล้วนกลับคืนมาสู่ผู้ให้

หากเรามีดอกไม้ในมือ เมื่อเรายื่นดอกไม้ให้ผู้อื่น ผู้ให้ย่อมได้กลิ่นหอมของดอกไม้ก่อน

หากเราพยายามปาโคลนใส่ใคร ก็เป็นมือเรานั้นแหละ ที่ต้องเปื้อนโคลนก่อน

นิทานเรื่องนี้ให้ข้อคิดคล้ายๆ กับเรื่องราวของครูไอซ์ ผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็นตั้งแต่กำเนิด

แต่ก็ไม่ได้ทำให้ข้อบกพร่องนี้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิต

ด้วยความมุ่นมั่น และตั้งใจ ที่จะเป็นผู้ให้ จึงไม่มีอุปสรรคใดๆ มาขวางกั้นได้

จนทำให้ได้รับการยอมรับในสังคม และเป็นที่รักของนักเรียนเป็นอย่างมาก

ถึงแม้สายตาจะมืดบอด แต่ดวงใจยังส่องแสงสว่างให้สังคม และผู้คนรอบข้างเสมอ