ถวายผ้ากฐินหรือผ้าไตรจีวร เกิดชาติหน้าฉันใด ภพชาติต่อๆ ไป จะไม่ขาดแคลน

ถวายผ้ากฐินหรือผ้าไตรจีวร เกิดชาติหน้าฉันใด ภพชาติต่อๆ ไป จะไม่ขาดแคลน

การถวายจีวร มีอานิสงฆ์สูงมาก โดยเฉพาะ ช่วงถวายผ้ากฐิน

ที่เป็นทานชนิดพิเศษ ที่มีครั้งเดียวใน 1 ปี ส่วนใหญ่จะผ้ากฐินที่จะถวายจะเป็นผ้าไตรชั้นเลิศ

ชาวบ้านอย่างเรา ก่อนถวายผ้าไตร เรามาทำความรู้จักผ้าไตรกันก่อน

เพื่อให้ได้ของดี และพระท่านก็ได้ใช้จริง เพราะเป็นที่รู้กันว่า ผู้ซื้อไม่ได้ใช้ ผู้ใช้ไม่ได้ซื้อ

อานิสงส์ของผู้ทอดถวายผ้ากฐิน สร้างความสามัคคีในระหว่างพุทธบริษัท

เป็นการสั่งสมทุน คือบุญกุศลไว้ในภายภาคหน้า

ได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบอายุพระพุทธศาสนา เป็นกุศลอันยิ่งใหญ่

ได้สงเคราะห์พระสงฆ์ ตามพระวินัย ซึ่งเป็นไปตามพระบรมพุทธานุญาต

เป็นการรักษาประเพณีที่ดีงาม สืบกันไป เป็นการบูชาพุทธโอวาทของพระบรมศาสดา

ทำตนให้เป็นประโยชน์ สละทรัพย์ให้มีประโยชน์ต่อพุทธศาสนา

เป็นการสร้างทางไปสวรรค์ และนิพพาน ให้แก่ตนเอง

เป็นกุศลผลบุญที่ใหญ่หลวง ผู้ถวาย จะปรารถนาความสำเร็จใดๆ ในภพชาติใหม่

ก็จะให้สำเร็จได้ดังมโนรถความปรารถนา หรือถ้าจะปรารถนาพุทธภูมิก็ดี ปัจเจกภูมิก็ดี

สาวกภูมิก็ดี สาวิกาภูมิก็ดี เมื่อมีวาสนาบารมีแก่กล้าแล้ว ก็จะได้สำเร็จดังมโนปณิธาน

หรือความปรารถนาที่ตั้งไว้ ประเพณีการทอดกฐิน ในแต่ละปี กำหนดให้มีการจัดทอดกฐินขึ้น

ภายใน 1 เดือน หลังประเพณีออกพรรษา โดยวัดที่จะสามารถรับกฐินได้

ต้องมีพระภิกษุจำพรรษา โดยไม่ขาดพรรษาเลย ไม่ต่ำกว่า 5 รูป

และแต่ละวัดสามารถรับกฐินได้ปีละ 1 ครั้ง การทอดกฐิน เป็นกาลทานตามพระวินัยกำหนดกาลไว้

คือตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส

ใคร่จะทอดกฐิน ก็ให้ทอดได้ในระหว่างระยะเวลานี้ จะทอดก่อน หรือทอดหลังกำหนดนี้ ก็ไม่เป็นการทอดกฐิน

กฐินจะมีช่วงเวลา นับจากวันออกพรรษา ไปหมดเขตวันลอยกระทง

ดังนั้นผู้ที่ต้องการจะจัดกฐิน ควรเตรียมตัวเนิ่นๆ ตั้งแต่ การติดต่อวัดที่จะไปทอดกฐิน

โดยกำหนดวันเวลา เพื่อที่จะได้พิมพ์ซองกฐินแจกจ่าย หากได้ติดต่อวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ก็ทำการจองกฐิน อย่างเป็นทางการ ขั้นตอนต่อไป เตรียมรายชื่อ ประธาน , รองประธาน , กรรมการ

รวมถึงเตรียมเรื่องการเดินทางต่างๆ และหากมีงานสั่งทำประเภทปักชื่อ เช่น สัปทนต์ ย่าม ตาลปัตร หมอนอิง

ควรติดต่อเผื่อเวลาในการทำด้วย เนื่องจากงานจะค่อนข้างเยอะ ในช่วงเวลาเดียวกัน

การถวายผ้ากฐินนั้น คือ เมื่อพระสงฆ์ประชุมพร้อมกันแล้ว เจ้าภาพ อุ้มผ้ากฐินนั่งหันหน้าตรงต่อพระประธาน

ตั้งนะโม 3 จบ แล้วหันหน้ามาทางพระสงฆ์ กล่าวคำถวายผ้ากฐิน 3 จบ

ถ้าเป็นกฐินสามัคคี ก็มักเอาด้วยสายสิญจน์โยงผ้ากฐิน เมื่อจับได้ทั่วถึงกันแล้ว

หัวหน้านำว่าคำถวาย เมื่อจบแล้ว พระสงฆ์รับว่า สาธุ เจ้าภาพก็ประเคนผ้าไตรกฐินแก่ภิกษุผู้เถระ

เมื่อแล้วประเคนเครื่องบริขารอื่นๆ เสร็จแล้ว พระสงฆ์ก็ทำพิธีมอบผ้าให้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง

ซึ่งเป็นพระเถระ มีจีวรเก่า รู้ธรรมวินัย เมื่อเสร็จแล้ว พระสงฆ์อนุโมทนา

เจ้าภาพกรวดน้ำรับพร ก็เป็นอันเสร็จพิธีการทอดกฐินเพียงนี้

คำถวายผ้ากฐิน อิมัง มะยัง ภันเต สะปะริวารัง กะฐินะจีวะระทุสสัง

สังสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต สังโฆ อิมัง สะปะริวารัง

กะฐินะทุสสัง ปะฏิคคัณหาตุ ปะฏิคคะเหตตะวาจะ อิมินา ทุสเสนะ กะฐินัง

อัตถะระตุ อัมหากัง ฑีฆะรัตตัง หิตา ยะ สุขายะ นิพพานายะจะ

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้ากฐินจีวร กับทั้งบริวารนี้

แด่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับ ผ้ากฐินกับทั้งบริวารนี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย

และเมื่อรับแล้วขอจงกรานใช้ กฐิน ด้วยผ้านี้ เพื่อประโยชน์ และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนานเทอญ

ต่อไปนี้ คือ 10 อันดับของสังฆทาน ที่พระจะได้ประโยชน์มากที่สุด

อันดับ 10 แชมพู

อันดับ 9 น้ำยาเช็ดพื้น

อันดับ 8 เครื่องใช้สำนักงาน

อันดับ 7 ผ้าขนหนูสีสุภาพ

อันดับ 6 ยาสามัญประจำบ้าน

อันดับ 5 รองเท้าแตะ

อันดับ 4 หนังสือ

อันดับ 3 ผ้าไตรจีวร

อันดับ 2 มีดโกน

อันดับ 1 เครื่องเขียน