ถ้าท่านคิดถึงใคร รักใคร ห่วงใคร ผู้นั้นจะให้โทษแก่ท่าน

เคยไหมที่นอนไม่หลับ เพราะคิดอะไรก็ไม่รู้อยู่นั่นแหละ เคยไหม ที่ทุกข์เพราะคิดเรื่องเดิมๆ ที่ผ่านมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ที่เป็นทุกข์อยู่อย่างนี้ก็เพราะตัวเราเองนั่นแหละ ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์ คิดวนเวียน ซ้ำไป ซ้ำมา ทั้งๆ ที่ บางเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว

บางเรื่องก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว มีแต่เราที่คิด คิด แล้วก็คิดไปเอง จนกลายเป็นความทุกข์ใจ ไร้หนทางแก้ปัญหา

จริงๆ แล้วคนคิดน้อย หรือไม่ค่อยคิด มักมีโอกาสที่จะมีความสุขได้มากกว่า ผิดกับคนคิดมาก ที่มักมีทุกข์ สร้างปัญหาให้ตัวเองด้วยความคิดไปเรื่อยๆ

ในทางพระพุทธศาสนา จึงสอนให้คนเราหัดลืมเสียบ้าง การลืมทำให้ไม่มีเรื่องเดือดร้อนใจมากนัก เรื่องอะไรที่พ้นไปแล้ว ก็ให้พ้นไป

อย่าเก็บเป็นอารมณ์ อย่าเอามาสร้างความว้าวุ่นในใจ เมื่อลืมได้ เลิกคิดได้ จิตใจก็จะสบาย ไม่เกิดปัญหา ไม่เกิดทุกข์

แต่คนเราส่วนใหญ่กลับลืมกันไม่ค่อยเป็น เรียกว่ามีความยึดมั่นในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ซึ่งนี่แหละที่เป็นความเดือดร้อนใจ และสร้างความทุกข์ให้กับเรา

แท้จริงแล้ว แค่คิดให้ใจสบาย ก็ไม่น่าจะเป็นทุกข์ คนเราต้องอยู่ด้วยความสุข อย่าอยู่ด้วยความทุกข์ใจ เพราะทุกข์ของคนเราส่วนใหญ่

เกิดจากการคิดถึงเรื่องเก่าๆ ที่เกิดขึ้นไปแล้วนั่นเอง พระพุทธเจ้าสอนว่า อย่าคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ก็คืออะไรที่ผ่านพ้นไปแล้ว ให้เลิกคิด ไม่ต้องคิด

ให้ปลง ทำจิตใจก็จะสบาย ทางที่ถูกควรคิดด้วยปัญญา คิดว่าสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้ตั้งอยู่ สิ่งนี้ดับไป ไม่มีอะไรคงทนถาวร มีเรื่องของ

การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จะมัวไปคิดให้กลุ้มใจอยู่ทำไม คนเราถ้ารู้จักปล่อย รู้จักวางก็จะมีความสุขสบายใจขึ้น

สิ่งที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากความทุกข์ ให้จิตใจสงบขึ้นก็คือต้องคิดเป็น และหยุดคิดให้เป็น คิดเป็น คือคิดด้วยปัญญา

หยุดคิดให้เป็น คือต้องรู้เวลาไหน ตอนไหน เรื่องไหน ไม่ควรเอามาคิดอีกแล้ว ถ้าเราคิดเป็น และหยุดคิดให้เป็น หนทางแห่งความสุข สงบก็อยู่ไม่ไกล

อยากเปลี่ยนชีวิต ต้องเปลี่ยนความคิดให้ได้ เพราะเปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน แต่ถ้าอยากใจสงบ ก็แค่ต้องรู้จักหยุดคิดให้เป็น