ถ้ารวยก็ไม่ใช่พระ พระต้องรวยด้วยบุญญาบารมี หลวงพ่อปาน โสนนฺโท

หลวงพ่อปาน โสนนฺโท แห่งวัดบางนมโค เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งอยุธยา ลูกศิษย์ของท่านหลายรูปเป็นพระที่มีชื่อเสียงมาก

อาทิ หลวงปู่บุดดา ถาวโร และพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) ท่านเป็นคนสมัยรัชกาลที่ 5 ถือกำเนิดเมื่อ พ.ศ. 2418

ได้อุปสมบท ณ วัดบางนมโค ท่านเป็นผู้ใฝ่ในการศึกษามาก จึงได้เดินทางไปตามสำนักต่างๆ เพื่อเล่าเรียน สมัยนั้นนอกจากพระปริยัติธรรมแล้ว

วิชาอาคมก็ถือกันว่าเป็นอีกวิชาหนึ่งที่พระควรเรียนรู้ ท่านจึงไปศึกษากับหลวงพ่อสุ่น ซึ่งได้ชื่อว่าแก่กล้าทางคาถาอาคม และรักษาโรคภัยไข้เจ็บ

คำสอนข้อหนึ่งที่ท่านได้รับจากหลวงพ่อสุ่นก็คือ อย่าหวั่นไหวในโลกธรรม อย่าอยากรวย อย่าอยากมียศถาบรรดาศักดิ์ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เที่ยง

หากสูญเสียทรัพย์ และยศก็จะเป็นทุกข์ พระนั้นถ้ารวยก็ไม่ใช่พระ พระต้องรวยด้วยบุญญาบารมี หลวงพ่อสุ่นได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้แก่ท่าน

ทั้งคาถาอาคม วิชาแพทย์แผนโบราณ และวิปัสสนากรรมฐาน จนหมดสิ้นทุกกระบวน แต่ท่านก็ยังคงแสวงหาครูบาอาจารย์ต่อไป

เพราะทราบดีว่าวิชาหนึ่งที่ยังขาดไปคือ วิชาปริยัติธรรมท่านจึงเดินทางไปเรียนกับพระอาจารย์จีน เป็นคนโมโห้ร้ายมาก เวลาโมโหแล้วยั้งไม่อยู่

ปากว่ามือถึง จนลูกศิษย์หวาดกลัวมาก พระอาจารย์จีนเองก็รู้ตัว และกลัวว่าตนจะไปทำร้ายลูกศิษย์เวลาสอนหนังสือ ท่านจึงสั่งให้สร้างกรงใหญ่ขึ้น

สำหรับขังท่านเอง เวลาสอนหนังสือ แล้วให้ลูกศิษย์คนหนึ่งเก็บกุญแจไว้ เวลาสอนหนังสือ ลูกศิษย์คนใดไม่ตั้งใจเรียน หรือตอบคำถามไม่ถูกต้อง

ท่านจะโมโหจนคุมไม่อยู่ ถึงกับเอามือจับลูกกรงเหล็กเขย่าจนลูกศิษย์ขวัญหนีดีฝ่อ แต่พอท่านคลายโทสะลงแล้ว ท่านก็กลายเป็นพระอาจารย์จีนรูปเดิม

หลวงพ่อปานเป็นผู้ใฝ่เรียน มีความเพียรเป็นที่ตั้ง พระอาจารย์จีนถามอะไร ท่านก็ตอบได้ถูกต้อง จึงเป็นที่พอใจแก่พระอาจารย์มาก

ไม่นานพระอาจารย์จีน ก็สิ้นความรู้ที่จะสอนให้ท่าน ท่านจึงเข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ กับพระอาจารย์เจิ่น วัดสระเกศ ระหว่างอยู่ที่วัดสระเกศนั้น

ท่านเล่าว่าอัตคัดมาก บิณฑบาตบางครั้งก็ไม่พอฉัน ได้แต่ข้าวเปล่าๆ หาไม่ก็เด็ดยอดกระถินมาจิ้มน้ำปลา หรือน้ำพริกฉันแทบทุกวัน

กิจนิมนต์ก็แทบไม่มี เป็นเช่นนี้อยู่หลายปี ปีสุดท้ายก่อนที่จะกลับวัดบางนมโคท่านเล่าว่า คืนหนึ่งเทวดามาหาท่านถึงกุฎิเพื่อบอกหวย

บอกเสร็จก็เขียนให้ดูแล้วย้ำว่าจำได้ไหม ท่านก็ตอบว่าจำได้ แทนที่จะดีใจ ท่านกลับครุ่นคิดจนนอนไม่หลับ รุ่งเช้าท่านตัดสินใจไม่แทงหวย

เพราะเห็นว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ ท่านระลึกถึงคำของหลวงพ่อสุ่นที่ว่า “ถ้ารวยก็ไม่ใช่พระ พระต้องรวยด้วยบุญญาบารมี” ปรากฏว่าวันนั้น

หวยออกตรงตามที่เทวดาบอก หากท่านแทงหวยตามที่เทวดาบอกก็จะได้ลาภก้อนใหญ่ แม้โชคลาภหลุดลอยไปต่อหน้า แต่ท่านก็หาเสียใจไม่

กลับรู้สึกสบายใจด้วยซ้ำที่ใจไม่หวั่นไหวต่อลาภ หลวงพ่อปานได้เรียนรู้หลายวิชา รวมทั้งคาถาอาคมสามารถสะเดาะกุญแจให้หลุดได้อย่างง่ายดาย

แต่วิชาเหล่านั้นเทียบไม่ได้กับวิชาสะเดาะกิเลสให้หลุดจากใจ วิชานี้ทำให้ชีวิตสงบเย็น และเป็นอิสระ ไม่เบียดเบียนทั้งตน และผู้อื่น

ขณะที่พระอาจารย์จีนต้องมีกรงเหล็กไว้ควบคุมตนทั้งๆ ที่ มีความรู้มากมาย แต่หลวงพ่อปานเพียงแต่มีสติรักษาใจ และมีปัญญาเห็นโทษของโลกธรรม

ก็สามารถป้องกันใจไม่ให้ทุกข์ครอบงำได้ แม้ทุกข์นั้นจะมาในคราบของสุข หรือโชคลาภก็ตาม วิชานี้ทำให้ท่านรวยอย่างแท้จริง คือรวยด้วยบุญญาบารมี