ถ้าเรารักตัวเองนะ เราจะไม่โกรธ

ถ้าเรารักตัวเองนะ เราจะไม่โกรธ

ทำไมเราจึงไม่โกรธรู้มั้ย ถ้าเรารักตัวเองนะ เราจะไม่โกรธ

ลองนึกดูสิ เวลาเราโกรธ เราเป็นยังไง หน้าแดง หูแดง ตัวสั่น

นั่นน่ะ “ทำร้ายธาตุขันธ์” ชัดๆ เราโกรธ เราก็ทำร้ายตัวเอง

ถามว่าไอ้คนที่มันหาเรื่องเรา มันเป็นยังไง ถ้ามันยังเดินสบายใจเฉิบ

แต่เรามานั่งโกรธหน้าดำหน้าแดงเนี่ย เราพลาดแล้ว

อย่าไปเสียเวลา อย่าทำร้ายตัวเอง เราต้องรักตัวเองนะ ใครด่า ก็ยิ้มไว้

ไม่ต้องไปรับ แค่ยิ้มไว้ก็พอ แล้วก็แผ่เมตตาให้เขาไป คิดดูสิ ว่าใครได้

เราได้นะ ได้บันทึกบุญ ได้ถนอมธาตุขันธ์

อย่าไปเสียเวลาโกรธ มันเสียเวลาบันทึกบุญ แถมทำร้ายตัวเองเปล่าๆ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ทำให้คนอื่นโกรธนั้น ชื่อว่าเป็นคนเลว

แต่ผู้ที่โกรธตอบผู้ที่ทำให้โกรธ เป็นคนเลวกว่า เหตุเพราะการโกรธตอบผู้ที่ทำให้โกรธนั้น

เป็นการต่อเชื้อเวรกรรมให้ยืดยาวออกไปไม่สิ้นสุดข้ามภพข้ามชาติ

ดังนั้น เมื่อใครทำอะไรให้เราโกรธ เราควรให้อภัยเขา เราก็ไม่ต้องกลายเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเขา

และอีกมิติหนึ่ง เราไม่โกรธ ก็เท่ากับเราไม่ได้สร้างกรรมสร้างเวร

เราก็ไม่ต้องรับกรรมที่เกิดจากความโกรธนั้น ในฐานะที่เป็นผู้สร้างกรรมสร้างเวรเอง

และต้องรับผลกรรมเอง ตามพุทธดำรัส สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

จงเอาชนะเจ้ากรรมนายเวร มิติที่ 1 ด้วยการขอขมา และยอมรับผิด ไม่โกรธตอบ

จงเอาชนะเจ้ากรรมนายเวร มิติที่ 2 ด้วยการเว้นจากการทำไม่ดี ทั้งทางกาย วาจา ใจ

และด้วยการให้อภัย ไม่ผูกโกรธต่อผู้ที่ทำให้โกรธ คำขอขมาโทษเจ้ากรรมนายเวร

พุทโธ สาธุ ธัมโม สาธุ สังโฆ สาธุ

พุทโธ อโหสิ ธัมโม อโหสิ สังโฆ อโหสิ สาธุ สาธุ

อันว่าบาปทางกายทั้งหลายทั้งปวง อันว่าบาปทางวาจาทั้งหลายทั้งปวง

อันว่าบาปทางใจทั้งหลายทั้งปวง ที่ข้าพเจ้านี้ ได้เคยประพฤติผิดล่วงเกิน ก่อกรรมทำไม่ดีไว้

ต่อเจ้ากรรมนายเวร ต่อเจ้าหนี้เจ้าทรัพย์ ทุกรูป ทุกนาม ที่เคยทำให้ท่านเกิดความทุกข์ เกิดความเสียหาย

เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจ เกินจะให้อภัยกันได้ และที่เคยได้หยิบได้ยืม ได้ขอวัตถุสิ่งของเงินทองของมีค่า

แล้วไม่นำพาชำระชดใช้ให้คืน ทำเป็นลืมทำเป็นหลง ไม่ตรงตามสัญญา อีกทั้งเคยทำประหนึ่งว่าของนั้นเป็นสมบัติของตน

เป็นผลให้มีกรรมติดตัวเป็นเหตุให้ทำมาหากินไม่ขึ้น มีหนี้มีสิน ทรัพย์สินสูญหาย ถูกคดโกงหลอกลวง ถูกลักขโมยในปัจจุบันชาตินี้

ที่เป็นบาป ที่เป็นกรรม ที่ผิดศีล ผิดธรรม ผิดระเบียบ ผิดวินัย ผิดสัจจะ ผิดสัญญา ที่เกิดขึ้นแล้ว

ด้วยอำนาจของกิเลสตัณหา คือ ราคะ โทสะ โมหะ ที่มาสิงจิต พาให้ข้าพเจ้านี้ คิดผิด ทำผิด

พูดผิด หลงผิด ทั้งที่เจตนาก็ตาม ไม่ได้เจตนาก็ตาม ทั้งที่รู้เท่าถึงการณ์ก็ตาม รู้ไม่เท่าถึงการณ์ก็ตาม

นับตั้งแต่อดีตชาติที่ผ่านมา และในปัจจุบันชาตินี้ บัดนี้ ข้าพเจ้า ได้มีจิตสำนึกผิดแล้ว

ต่อบาปเวรบาปกรรม ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น ข้าพเจ้า ขอน้อมกายวาจาใจ และบุญกุศลน้อยใหญ่

เป็นเครื่องขอขมาลาโทษต่อท่านทั้งหลาย ขอให้ท่านทั้งหลาย จงได้เมตตา อโหสิกรรม อโหสิกรรม อโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า

เพื่อความไม่ประมาท เพื่อความบริสุทธิ์ เพื่อความเจริญรุ่งเรือง

ทั้งทางโลก ทางธรรม เพื่อมรรค ผล นิพพาน ในปัจจุบันชาตินี้ ด้วยเทอญ