หากปล่อยชีวิตไว้อย่างไร ก็จะได้รับผลลัพธ์แบบนั้น

หากปล่อยชีวิตไว้อย่างไร ก็จะได้รับผลลัพธ์แบบนั้น

เพราะหากปล่อยชีวิตไว้อย่างไร ก็จะได้รับผลลัพธ์แบบนั้น

หากวันนี้เราขาดซึ้งเป้าหมายชีวิต และนอนรอความหวังว่าชะตาชีวิตจะเปลี่ยนไป คงเป็นไม่ได้

ไม่ว่าพรหม เทพ องค์ใด ก็คงจะไม่ช่วยเราหรอก หากแม้ตัวเรายังไม่คิดจะช่วยตัวเองเลย

หากเราคิดว่า เราเกิดมาไม่คู่ควรกับการมีคนรักที่ดี เราก็จะมองหาแต่คนที่ไม่คู่ควรเข้ามาในชีวิต

สุดท้ายก็จะไม่มีใครเลยที่คู่ควรกับเรา หากเราคิดว่าเราเกิดมาเพื่อรอวันตาย เราก็จะมีชีวิตแบบซังกะตายไปวันๆ

ไร้จุดหมายชีวิต และก็จะตายไปโดยที่ไม่เห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ว่าจะใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สุงสุดได้อย่างไร

หากเรามองไม่เห็นว่า ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปได้อย่างไร ต้นทุนชีวิตก็มีเท่านี้

ปัญหามันอาจไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนชีวิต แต่มันอยู่ที่ “วิธีคิดของเรา ที่แพ้ตั้งแต่จะเริ่มก้าวแล้ว”

คนทุกคนจึงเกิดมามีแนวทางชีวิตเป็นของตัวเอง เพราะเราทุกคนต่างมีเส้นเรื่อง…เส้นชีวิตเป็นของตัวเอง

หากเราฝันอยากเป็นคนที่ร่ำรวย ก็ต้องเร่งหา เร่งสร้าง ประกอบสัมมาอาชีพชอบ มุ่งหาเงินสร้างรายได้

หากเราฝันว่าชีวิตนี้อยากหลุดพ้น เรารักชีวิตทางธรรม ก็ไปให้สุด ปฏิบัติเพื่อละ ปล่อยวาง

มุ่งสู่ทางธรรมให้เข้าสู่หนทางความหลุดพ้น หากเราชอบท่องเที่ยว ชอบเดินทาง

ก็ทำตามเป้าหมายด้วยการออกเดินทางให้ครบทุกที่ที่อยากไป และเปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นอาชีวิต เพื่อสร้างรายได้

หากอยากมีสุขภาพดี ไม่อยากมีโรคภัย ก็ต้องตั้งใจออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ ก็ต้องมีเป้าหมาย

แต่ถ้าใช้ชีวิตไปวันๆ โดยที่ไม่กำหนดแนวทาง เวลาก็จะผ่านไปเรื่อยๆ

จนสุดท้ายชีวิตก็จะเป็นคนเลือกให้เราเอง แต่เป็นไปแบบที่เราไม่ได้เลือก แบบที่เราไม่ได้ต้องการ

คนอื่นลากไป คนนั้นลากมา สุดท้ายเราก็ไม่รู้ว่า เราควรจะยืนตรงไหน เราเกิดมาทำไม และตัวเรานี้มีประโยชน์ยังไง