ทำไมคนมีเงินเก็บ เขาจึงสบายใจ ทำอะไรก็ราบรื่น

ทำไมคนมีเงินเก็บ เขาจึงสบายใจ ทำอะไรก็ราบรื่น

1. สร้างความมั่นคงให้กับชีวิต

ไม่มีใครสามารถล่วงรู้อนาคตได้ การออมเงินจึงเป็นหนทางที่ช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตได้เป็นอย่างดี

และมีส่วนช่วยในการสร้างเงินก้อน เพื่อรองรับความเสี่ยงในชีวิต

ลองคิดดูว่า ถ้าไม่มีเงินออม คุณจะเอาตัวรอดเมื่อเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจและการเงินได้อย่างไร

ถ้าคุณต้องเกษียณอายุหรือตกงานแบบกะทันหัน จะยังมีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายได้เพียงพอไหม หากไม่มีการวางแผนออมเงินมาอย่างต่อเนื่อง

2. ชีวิตปลอดหนี้

การออมช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมาย ในการชำระหนี้ต่างๆ เช่น ค่าผ่อนบ้าน

ค่าผ่อนรถยนต์ ได้สบายและไม่กระทบต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากนัก

โดยเฉพาะถ้าคุณมีการออมเงินล่วงหน้าก่อนการจ่ายเงินก้อนใหญ่

รวมถึงจัดสรรปันส่วนการออมเงินก้อนผสานไปกับการจัดการรายรับรายจ่าย

อย่างพอเหมาะในแต่ละวัน ก็จะช่วยให้คุณมีชีวิตที่ปลอดหนี้ได้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก

3. เกษียณอายุได้ก่อนกำหนด

แผนการออมระยะยาว ส่วนใหญ่มักมีเป้าหมาย เพื่อชีวิตหลังเกษียณที่มีคุณภาพ

และปราศจากความเครียดด้านการเงิน ซึ่งคนที่รู้จักวางแผนออมเงินแต่เนิ่นๆ

จะมีโอกาสตัดสินใจเกษียณอายุก่อนกำหนดได้เร็วกว่าคนที่เริ่มออมเงินช้า

4. มีสุขภาพทางการเงินที่แข็งแรง

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นฉันใด

การสร้างวินัยออมเงินอย่างต่อเนื่อง ก็ช่วยให้คุณมีสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้นได้ฉันนั้น

นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันปัญหาหนี้สินจากการใช้จ่ายเงินเกินตัว เป็นภูมิคุ้มกันต่อต้าน

สิ่งล่อใจที่มีราคาแพงและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งช่วยลดความเครียดจากภาระผูกพันทางการเงินอีกด้วย

แนวทางการออมเงินให้งอกเงย บนเส้นทางสู่การสร้างความมั่งคั่ง คุณจำเป็นต้องรู้จักแนวทาง

การออมเงินให้งอกเงย เพราะเมื่อคุณมีเงินเก็บมากเพียงพอแล้ว

คำถามต่อไปที่คุณต้องคำนึงถึง คือจะนำเงินออมไปทำอะไรให้ได้ผลตอบแทนที่มากขึ้นและเกิดประโยชน์สูงสุด

ต่อไปนี้ คือตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ที่คุณสามารถเลือกใช้วางแผนเพื่อต่อยอดเงินออมของคุณให้เติบโตขึ้นได้

1. ออมในบัญชีเงินฝากประจำ

ลองจัดสรรเงินออมบางส่วนมาไว้ ในบัญชีเงินฝากประจำแทนที่จะเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปที่ให้ดอกเบี้ยน้อย

โดยบัญชีเงินฝากประจำมีทั้งแบบบัญชีฝากประจำทั่วไปและเงินฝากประจำปลอดภาษี

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางของการออมอย่างสม่ำเสมอและให้ดอกเบี้ย สูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป

จึงเหมาะสำหรับผู้มีเงินออมที่ไม่จำเป็นต้องนำออกมาใช้ภายในระยะเวลาตามเงื่อนไขและผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนได้ต่ำ

2. ออมในกรมธรรม์ประกัน

การทำประกันเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยบังคับ ให้เราต้องออมเงินอย่างสม่ำเสมอเพื่อจ่ายค่าเบี้ย

มีให้เลือกทั้งประกันแบบออมทรัพย์ ประกันแบบบำนาญหรือประกันชีวิต

โดยผลตอบแทน เช่น เงินต้นรวมดอกเบี้ย หรือความคุ้มครอง ที่ได้รับก็จะแตกต่างกันไปตามกรมธรรม์แต่ละประเภท

นอกจากนี้ คุณยังสามารถนำเบี้ยประกันไปหักลดหย่อนภาษีในแต่ละปีได้อีกด้วย

3. ออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นการจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนทุกเดือน

โดยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนสำหรับพนักงานบริษัทเอกชนและขึ้นอยู่กับความสมัครใจ

ส่วนกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นข้อบังคับที่ข้าราชการทุกคนต้องเข้าร่วม

ส่วนใหญ่จะตัดออกจากเงินเดือนอัตโนมัติ และจะได้รับเงินคืนจากกองทุนเมื่อเกษียณอายุหรือลาออกจากงาน

โดยจะได้รับผลตอบแทนทั้งเงินสะสมรายเดือน ของลูกจ้าง เงินสมทบที่นายจ้างจ่ายให้ทุกเดือน

รวมทั้งมูลค่าของหน่วยลงทุนที่สูงขึ้นจากการบริหารกองทุน นอกจากนี้ ยังนำไปหักลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

4. ออมในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

เหมาะสำหรับคนทำงานอิสระที่ต้องการวางแผน ทางการเงินเพื่อเตรียมพร้อมก่อนถึงวัยเกษียณ

รวมทั้งพนักงานบริษัทเอกชนและข้าราชการที่ต้องการเพิ่มช่องทางต่อยอดเงินออมและได้รับประโยชน์จากการขอเงินคืนภาษี

โดยเงินที่ได้รับคืนจากการไถ่ถอนจะคำนวณจากส่วนต่าง ราคาของหน่วยลงทุน

ณ เวลาไถ่ถอนกับราคาซื้อเฉลี่ยตลอดการลงทุนและจะได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมด

5. ออมด้วยการลงทุนแบบ DCA

DCA (Dollar Cost Average) คือ การลงทุน โดยแบ่งซื้อสินทรัพย์

เช่น กองทุนรวมหรือหุ้นด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กันอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

เพื่อถัวเฉลี่ยราคาต้นทุน ลดความผันผวนและความ เสี่ยงจากการลงทุน จึงช่วยเพิ่มโอกาสการได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

สรุป การออมเงินมีประโยชน์ และความสำคัญอย่างมาก เพราะถือเป็นจุดเริ่มต้นและพื้นฐานสำคัญในการสร้างมั่นคงทางการเงินให้กับชีวิต

ทั้งในปัจจุบันและอนาคต แต่การออมเงินเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอที่จะสร้างความมั่งคั่งและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคุณได้ในระยะยาว

ข่าวดีก็คือ ในปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ ที่ช่วยให้เงินออมของคุณ เติบโตได้

ส่วนจะเห็นผลช้าเร็วหรือได้รับผลตอบแทนมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนลงทุน

และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ยิ่งคุณเริ่มต้นลงทุนต่อยอดได้เร็วเท่าไร

ยิ่งเพิ่มโอกาสให้เงินออมของคุณสร้างผลตอบแทนได้มากขึ้นเท่านั้น