ธรรมนั้นมีอยู่ทุกหย่อมหญ้า สำหรับผู้มีปัญญา

ทุกวันนี้น้อยคนจะรู้ว่า เมื่อร้อยปีที่แล้ว พระป่า หาได้เป็นที่ยอมรับ นับถืออย่างกว้างขวางเช่นปัจจุบันไม่

ตรงกันข้ามกลับถูกมองด้วยสายตาหวาดระแวง ยิ่งพระป่าสายอีสานด้วยแล้ว

ผู้ปกครองสงฆ์ในเวลานั้นถือว่า เป็นตัวปัญหาที่ต้องจัดการ

หรือไม่ก็ต้องขับไล่ออกไปให้พ้น จากเขตปกครองเลยที่เดียว

เพราะมองว่าพระเหล่านั้น นอกจากอยู่อย่างไม่เป็นหลักแหล่ง

ไม่สังกัดวัดที่แน่นอนแล้ว ยังไม่สนใจศึกษาพระปริยัติธรรม อันเป็นนโยบายสำคัญของคณะสงฆ์ขณะนั้น

มิหนำซ้ำยังชักชวนพระจำนวนไม่น้อย ให้ละทิ้งปริยัติธรรม หันมาฝักใฝ่ในวิปัสสนากรรมฐาน

ซึ่งผู้ปกครองสงฆ์จำนวนไม่น้อยเห็นว่าเป็นเรื่องงมงาย ไม่เป็นเหตุผลตามหลักพุทธศาสนา

เหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันในเวลานั้นคือ

การขับไล่คณะศิษย์ของหลวงท่านหนึ่ง ออกจากจังหวัดอุบลราชธานี ในปี พ.ศ. 2469

คราวนั้นศิษย์คนสำคัญของหลวงปู่ท่าน นำพระป่ากว่า 50 รูป

เดินธุดงค์มาปักกลดในป่าบ้านหัวตะพาน โดยมีแม่ชีและฆราวาสนับร้อยร่วมคณะมาด้วย

เมื่อทราบข่าว เจ้าคณะมณฑลอีสานได้สั่งการ ให้เจ้าคณะอำเภอ

และเจ้าหน้าที่จากอำเภออำนาจเจริญ และอำเกอม่วงสามสิบ ขับไล่ท่านเหล่านั้นออกจากป่า

ขณะเดียวกัน ก็ห้ามมิให้ประชาชนใส่บาตรให้คณะธุดงค์

แต่พระอาจารย์ ท่านปฏิเสธที่จะออกจากพื้นที่

โดยยืนยันว่าท่าน เป็นชาวอุบลฯและไม่ได้ก่อปัญหาใด ๆ

เรื่องยุติลงได้ เมื่อเจ้าคณะจังหวัด ได้มีลิขิตถึงนายอำเกอ

ให้ผ่อนปรนในเรื่องนี้ หลังจากที่ได้รับการร้องขอจากศิษย์หลวงปู่

อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระพรหมมุนี

ทัศนคติของท่านต่อพระป่า ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ท่านหันมาศรัทธาเลื่อมใสหลวงปู่และพระป่า

สาเหตุสำคัญ ก็เพราะท่านได้ประจักษ์ถึงคุณค่าของสมาธิภาวนา

ก่อนหน้านั้นท่านล้มป่วยมาเป็นเวลานาน แต่ได้รับการเยียวยาจนหายขาดจากพระอาจารย์

ซึ่งไม่เพียงใช้สมุนไพร หากยังอาศัยสมาธิภาวนาในการรักษาด้วย

และยิ่งมีศรัทธาปสาทะในกรรมฐานมากขึ้น เมื่อได้รับคำแนะนำจากพระอาจารย์ แห่งวัดอโศการาม

ซึ่งเป็นลูกศิษย์อีกท่านหนึ่งของหลวงปู่ อานิสงส์ของสมาธิภาวนานั้น ประจักษ์แก่ท่านอย่างชัดเจน

จนถึงกับอุทานว่า ตลอดชีวิตของเรา เราไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า สมาธิภาวนาจะมีประโยชน์ถึงเพียงนี้

ในเวลาต่อมา ท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ดำรงตำแหน่งสังฆนายก

ทำหน้าที่ปกครองทั้งสังฆมณฑล ตามกฎหมายคณะสงฆ์ในเวลานั้น

ในช่วงนี้เองที่ท่านได้พบกับหลวงปู่ หลังจากที่ได้ยินกิตติศัพท์ของท่านมานาน ผ่านลูกศิษย์ของท่าน

เมื่อได้สนทนาธรรมกับหลวงปู่ สมเด็จ อดพิศวง ไม่ได้ในความลุ่มลึกแห่งธรรมของท่าน

ขณะเดียวกันก็แปลกใจว่า หลวงปูเข้าใจธรรมอย่างลึกซึ้งได้อย่างไร

ในเมื่อท่านเรียนปริยัติธรรมน้อยมาก นอกจากไม่ได้เป็นเปรียญแล้ว ยังไม่สำเร็จนักธรรมเอกด้วย

ในทัศนะของสมเด็จ คนเราจะเข้ใจธรรมได้จำเป็นต้องผ่านการศึกษาจากตำรา

ตัวท่านเอง ก็ได้รับการศึกษาในทางปริยัติธรรมสูง ถึงระดับเปรียญโท

แต่ก็ยังมีความรู้ทางธรรมไม่เท่าหลวงปู่ ซึ่งครั้งหนึ่งถูกมองว่าเป็นพระจรจัด่

ด้วยความสงสัยดังกล่าว สมเด็จ จึงถามหลวงปู่ว่า ในเมื่อท่านอยู่แต่ในป่า

ไม่มีตำรา จะเรียนรู้ธรรมจนสอนพระ และญาติโยมได้อย่างไร

หลวงปู่ตอนสั้น ๆ ว่า ธรรมนั้นมีอยู่ทุกหย่อมหญ้าสำหรับผู้มีปัญญา

ขอบคุณแหล่งที่มา : goodlifeupdate