ธรรมะรู้ทันกิเลส ความอยากได้ อยากมี จะดับได้อย่างไร

ความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ถ้ามันถูกทำนองคลองธรรมไม่ผิด เพราะชีวิตของเรามันต้องหล่อเลี้ยงด้วยวัตถุ เพราะร่างกายมันต้องใช้วัตถุบริโภค

ร่างกายเป็นธาตุ 4 อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย เครื่องใช้ไม้สอยก็เป็นธาตุ 4 ธาตุ 4 มันต้องตอบสนองบริโภคด้วยธาตุ 4 แต่ร่างกายของเรา

อย่าลืมนอน มันก็นอนในที่จำกัดเท่านั้นแหละ ห้องออกกว้างใหญ่ เตียงออกกว้างใหญ่ แต่ร่างกายมันก็มีพื้นที่ ที่จะนอนอยู่ในที่จำกัด

มันจะดิ้นไปในเตียงกว้างใหญ่ได้ตลอดทั้งคืนได้ยังไง ใช่ไหม กินเนี่ย กระเพาราะของเราก็รับได้ในขีดจำกัดเท่านั้เนเอง

นั่งรถโก้แค่ไหน มันก็นั่งในที่จำกัด ที่ก้นของเราหย่อนลงไปเท่านั้นแหละ ร่างกายของเรามันมีลิมิต มันมีขีดจำกัด แต่สิ่งที่เราไม่จำกัดเลยก็คือจิตใจ

จิตใจมันไม่มีขีดจำกัด มันไม่มีลีมิต มันไม่อิ่ม ไม่เบื่อ ไม่เพียงพอต่อตัณหา มันดิ้นรน เสาะ แส่ แล้วก็ซัดส่ายไปหาตัณหา

เพราะมันเป็นทาสแห่งตัณหา ปฏิเสธวัตถุ มันก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะวัตถุนี่เป็นเครื่องยังชีพ เป็นเครื่องรองรับความเป็นอยู่

และก็วัตถุเป็นเครื่องรองรับ กิจการงานอาชีพของเราก็ต้องใช้วัตถุนี่แหละ แต่จะหา จะได้ จะมี จะเป็นอย่างไร

ที่ไม่เป็นทาสของมัน เอามันมาเป็นทาสรับใช้ มาเป็นทาสรับใช้ของร่างกาย มาเป็นทาสรับใช้ของจิตใจ อย่าให้มันมาเป็นนายเหนือเรา

อย่าไปยึดว่ามันเป็นของเราจริงนะ ถ้าเป็นของเราจริง เราก็ทุกข์เพราะมันนั่นแหละ ทุกข์เพราะของๆ เรานั่นแหละ เนี่ยก็ต้องเกี่ยวข้อง

ด้วยความเข้าใจอย่างนี้ แล้วการหา การได้ การเป็น มันต้องถูกทำนองคลองธรรม อย่าให้ผิดศีล อย่าให้ผิดธรรม อย่าให้ผิดกฎหมาย

ผิดจารีตประเพณี ในที่สังคมเขาตรากันเอาไว้ ไม่ผิดทั้งทางโลก ไม่ผิดทั้งทางธรรม อย่างนี้แหละ จะได้เอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นทาสของมัน