ธุรกิจในช่วงขาลง ให้เตรียมตั้งรับไว้

ธุรกิจในช่วงขาลง ให้เตรียมตั้งรับไว้

1. ร้านอาหาร

ผู้ประกอบการพ่อค้า แม่ค้า ล้วนแต่บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าขายไม่ดี

ไม่ค่อยมีกำไรเหลือ ทำมาแล้วขายไม่หมด ด้วยหลายเหตุผลที่มากบ้าง น้อยบ้าง

แต่หลักๆ หนีไม่พ้น คนกินอาหารนอกบ้านกันน้อยลง ข้าวกล่องสำเร็จรูปสะดวก

แกะ อุ่นพร้อมทาน บริการส่งฟรี จึงไม่ค่อยมีคนเข้าร้านอาหารกันเหมือนเมื่อก่อน

2. ร้านถ่ายรูป

แอปพลิเคชันยุคนี้ มีความฟรุ้งฟริ้ง เปลี่ยนคนธรรมดาเป็นดารามาแล้วก็เยอะ

จากเดิมที ที่คนอยากสวย ต้องแต่งหน้าทำผมเข้าร้านถ่ายรูป

เพื่อจะได้รูปออกมาสวยงาม แต่คนยุคใหม่ ถ่ายยังไงก็ได้แล้ว

ใช้แอปพลิเคชั่นสารพัดตกแต่ง ก็สวยได้ ไม่แพ้กัน

3. ร้านเสริมสวย

ปัจจุบันมีเครื่องม้วนผม 1 อัน ก็ทำได้พันกว่าทรงแล้ว ไม่ว่าจะลอนเล็ก ลอนน้อย ลอนใหญ่

สไตล์เกาหลีก็มีให้หมด แถมประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้อีก เจ้าของร้านเสริมสวย

หลายรายจึงต้องแพ็คกระเป๋าอำลาบอกเลิกลูกจ้าง ค่าใช้จ่ายร้อยแปดเตรียมปิดตัวลงได้เลย

4. ร้านขายของชำ

ทำเลดี แค่ไหนก็แพ้ภัยให้ร้านสะดวกซื้อแบรนด์ดัง จริงอยู่ว่าข้อดีของร้านโชว์ห่วยนั้นมีหลายข้อ

ที่ร้านสะดวกซื้อแบรนด์ใหญ่ไม่มี เช่น แปะโป้งไว้ได้ มีของแบ่งขายให้เฉพาะลูกค้าประจำสนิทสนมคุ้นเคยกัน เป็นต้น

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมของคนชอบความสะดวกสบายซื้อของได้ 24 ชั่วโมงลดลงแม้แต่น้อย

บางรายอยู่ไม่ไหว ก็ต้องปิดตัวลงไปตามระเบียบ

5. ร้านชิลเอาท์

จากเป็นคนอู้ฟู่ฟุ่มเฟือย กลายเป็นเหนื่อยใจจากพิษเศรษฐกิจ จนร้านขายเครื่องดื่ม

แอลกอฮอล์หมดความจำเป็น จะไปได้ก็อาจจะนานๆ ที เพราะมีรายจ่ายรออยู่

ส่วนของเจ้าของร้านเอง ก็อาจจะเจ็บหนัก เพราะมีคนอยากทำเยอะ แต่คนที่ประสบความสำเร็จมีน้อย

6. รีสอร์ท โฮสเทล

ที่พักเกิดขึ้นมากมายเป็นดอกเห็ด ซึ่งไม่ใช่คำพูดเกินจริงแต่ประการใด

ฉะนั้น ถ้าจะดำเนินธุรกิจให้อยู่ต่อไปได้นั้น ที่พักของคุณต้องมีปัจจัยประกอบ

ที่ขาดไม่ได้ เช่น ทำเลดี เดินทางสะดวก ใกล้แหล่งท่องเที่ยว

พนักงานบริการดีมากถึงเยี่ยมมาก ห้องพักสะอาด ครบครันทุกความต้องการ เป็นต้น

7. ร้านกาแฟสด

ร้านกาแฟมีให้เลือกแบบร้านชนร้าน ซึ่งสิ่งที่ตามมา คือความเสี่ยง

เพราะด้วยพฤติกรรมของคนที่ดื่มกาแฟ สิ่งสำคัญคือรสชาติ และบรรยากาศที่ดี

ถ้าคุณมีฝีมือดี มีทำเลทองก็มีโอกาสรอด แต่ถ้าเป็นมือใหม่รสชาติยังไม่นิ่ง

รสชาติไม่เคยซ้ำ เพราะจำสูตรผิดๆ ถูกๆ บอกได้เลยว่าเหนื่อยแน่

เพราะขาดลูกค้าประจำที่จะหล่อเลี้ยงยอดขายให้ไปรอด ไม่นับรวมค่าใช้จ่ายภายในร้าน

ที่คิดบัญชีทีไร เป็นต้องก่ายหน้าผากทุกที ไหนจะค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ บางคนก็นั่งนาน

เพราะร้านมีไวไฟ ก็อาศัยทำงานเพลินจนเจ้าของร้านแทบไม่คุ้มค่าไฟจะไม่มีก็ไม่ได้

เพราะต้องอาศัยสร้างการรับรู้โดยการเช็คอิน ว่าร้านนี้กาแฟดี เน็ตไว

แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อมันไม่ไหวก็ต้องตัดใจปิดกิจการ

8. ร้านชาบู

เพราะกระแสรักสุขภาพที่มาแรง คนแห่รับประทานชาบูแทนปิ้งย่าง

แต่เมื่อกระแสล้น ทำให้ร้านชาบูไม่ใช่ร้านที่เป็นที่นิยมอีกต่อไป

อีกทั้งคนหันมารัดเข็มขัด ประหยัดค่าอาหาร ทำให้ร้านรอเก้อ

ไหนจะวัตถุดิบมหาศาล ในแต่ละวัน ที่เจ้าของร้านต้องจัดเตรียมค่าแรง

ค่าพนักงาน ค่าเครื่องดื่ม ค่าไฟ ค่าแอร์ เมื่อรอให้ลูกค้าเต็มร้านไม่ไหว ก็กลายเป็นอยู่ไม่ได้ไปเสียอย่างนั้น