บางคนยอมลาออก ทั้งที่เศรษฐกิจไม่ดี

บางคนยอมลาออก ทั้งที่เศรษฐกิจไม่ดี

การลาออกจากงาน มันมีหลายสาเหตุ แต่เชื่อว่าชั่วโมงนี้ เวลานี้ ไม่มีใครอยากตกงาน

ไม่มีใคร อยากทิ้งรายได้ที่มั่นคง แม้ว่าบางคนจะได้น้อยนิดก็ตามแต่ มันก็เป็นรายได้ที่มั่นคง

อย่างน้อยก็มีให้เราทุกๆ เดือนโดยที่เราไม่ต้องกังวลว่าเดือนนี้จะมีเงินไหม เดือนหน้าจะกินอะไร

แต่ออกจากงานกันเพราะอะไร เราลองมาดูกันว่าสาเหตุนั้น มีอะไรบ้างและเขาแก้ปัญหากันอย่างไร

1. หนุ่มไอที

ที่คิดว่าการทำงานฟรีแลนซ์มันทำให้ถึงเป้าหมายทางการเงิน

ได้มากกว่าการนั่งในบริษัทเล็กๆ หนุ่มคนนี้มีความรู้ทางด้านการซ่อมคอม

การเขียนโปรแกรม การจัดการระบบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ จบใหม่ไฟแรง

และคิดว่าการทำงานในบริษัทเพื่อเก็บทุนไว้ทำกิจการเล็กๆ

เป็นของตัวเองและหาประสบการณ์มันไม่สนุกเสียแล้วอีกอย่างงานไอทีในบริษัท

ที่ทำมันก็ไม่ได้มีอะไรมากมายแถมต้องทำงานหน้าที่อื่นๆ ด้วยเพราะเป็นบริษัทเล็กๆ

งานสายไอทีโดยตรงไม่ค่อยมีเท่าไหร่แต่ที่เปิดรับไอทีเพราะแค่เอาไว้ช่วยแก้ปัญหา

เฉพาะหน้าเท่านั้นแต่มอบหมายงานอื่นๆ ให้ทำ ซึ่งเขารู้สึกว่า

ตอนแรกมันก็ดีคุ้มกับเงินเดือนที่ได้รับแต่อยู่ๆ ไปมันเหมือนความรู้จะหาย

จึงเริ่มรับงานนอก ทำวันหยุด ซึ่งทำแล้วมันเห็นเงิน และได้ท้าทายความรู้ที่เรียนมา

ดังนั้น เขาจึงคิดว่าออกมาเป็นฟรีแลนซ์ หางานสายนี้โดยตรง น่าจะดีกับเขาที่สุด

รายได้บางงานได้มากกว่าเงินเดือนที่ทำ และนั้นมันทำให้เขาคิดว่ามันได้ทั้งอิสระทางเวลาและการเงิน

2. สาวออฟฟิศผู้บึกบึน

และอดทนคนหนึ่ง ที่เพิ่งลาออกจากงานได้ไม่นาน และตอนนี้ยังไม่ได้งานใหม่

สาเหตุของการออกจากงานเธอคนนี้บอกว่า เพราะด้วยเนื้องานที่ทำและเงินเดือนไม่สมดุลกัน

และงานค่อนข้างมีความกดดันพอสมควร เพราะผู้บริหารเป็นคนเจ้าระเบียบ จุกจิก หยุมหยิม

จะมีกฎให้พนักงานต้องทำตามประหนึ่งว่าอยู่โรงเรียน ซึ่งตัวเธอนั้นต้องดูแลเรื่องเหล่านี้

และแน่นอนว่ากลายเป็น มีปัญหากับพนักงานด้วยกัน เพราะส่วนใหญ่พนักงานชอบแหกกฎ

ทำให้โดนนินทา และไม่ให้ความร่วมมือ อีกทั้งภาวะกดดันสูงทำให้เครียดทุกวัน เหนื่อยและรู้สึกว่าไม่คุ้มกับเงินเดือน

ดังนั้น การลาออกไปต ายเอาดาบหน้า จึงเป็นทางออกที่เธอเลือก

แม้ว่าจะยังไม่งานรองรับแต่อย่างน้อยการออกมามันทำให้สบายใจ ไม่เครียด

ซึ่งตอนนี้ก็ได้รับเงินชดเชยของประกันสังคมพร้อมๆ กับทำการลงชื่อหางานใหม่

ซึ่งเพิ่งผ่านมาได้เดือนเดียวแต่เธอเชื่อว่าอีกไม่ช้า จะได้งานเพราะมีหลายแห่งติดต่อมาเรียกสัมภาษณ์บ้างแล้ว

3. ลุงยามหน้าอพาทเม้นท์

ที่ตั้งเป้าว่า สิ้นปีนี้จะกลับบ้านต่างจังหวัด หลังจากเข้ามาทำงานในเมืองหลวงนานหลายปี

ทำตั้งแต่เป็นกรรมกรก่อสร้าง พนักงานโรงงาน สุดท้ายมาจบที่อาชีพยาม หรือ รปภ

เหตุผลที่เปลี่ยนงานหลากหลาย เพราะพิษเศรษฐกิจ และรายได้ที่ไม่คุ้มเหนื่อย

ทำงานหนักแต่ได้ค่าแรงรายวันตั้งแต่งานกรรมกร แบกหามโดนหักวันหยุดหักโน่นนี่นั่น

ทำให้หางานใหม่จนได้ทำงานโรงงานแห่งหนึ่งซึ่งก็ทำมาหลายปีมีเงินเก็บส่งทางบ้าน มากพอสมควร

สร้างบ้านใหม่หลังเล็กๆ ที่มั่นคง มีเงินให้พ่อแม่ไถ่ที่นาที่มีไม่กี่ไร่ได้สำเร็จส่งเสียทางบ้านจนพ่อแม่จากไป

บ้านแลที่นาก็ฝากญาติๆ ให้ดูแลทำนาแทนให้ไม่เอาค่าเช่า เพราะพี่น้องกันแค่ขอข้าวที่ทำได้ไว้มาหุงกิน

ในเวลาที่กลับไปดูบ้านตัวลุงเองก็มาได้แฟนที่โรงงานก็อยู่กินกัน มีลูกคนเดียว ซึ่งดูเหมือนจะดีแต่พิษ

เศรษฐกิจทำให้โรงงานเจ๊ง ต้องปิดตัวเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วด้วยความที่ตอนนั้นยังมีแรงยังไหวกับการสู้ชีวิตในกรุง

เลยมาสมัครเป็นยามเพราะรายได้ดี ส่วนแฟนและลูกลุงก็ให้กลับไปอยู่บ้านนอกแทน โดยส่งเงินให้ทุกเดือน

ให้ไปทำนาปลูกผักดูแลบ้านและที่นา และตอนนี้ลุงแกบอกว่าอายุมากแล้วกลับไปบ้านนอกดีกว่า

อะไรๆ ก็เจริญ ที่นา 3 ไร่ ก็แบ่งให้เขาเช่าทำนา เก็บไว้ทำเองแค่ไร่เดียว ปลูกผักเลี้ยงปลามันก็พอมีกิน

ลูกเมียก็อยากให้กลับไปบ้าน ลูกก็โตแล้วเรียนใกล้จบแล้วก็คงหางานทำที่บ้านแก บอกพอกันทีชีวิตเมืองหลวง

ค่าใช้จ่ายแพงได้เงินค่าจ้างมาก็โดนค่าเช่าบ้านขนาดอยู่ราคาถูกๆ ยังขึ้นได้ทุกปี ค่าอาหาร ค่าเดินทาง

มาทำงานหักวันหยุดออ กแล้วรายได้วันละ 700 เดือนๆ หนึ่งเหลือไม่เท่าไหร่ แกบอกที่ได้เยอะเพราะ

อยู่มานานทำงานดีบริษัทก็ให้เงิ นขึ้นเจ้าของสถานที่ที่แกมาเฝ้าให้เขาก็ให้พิเศษเพิ่ม

แกบอกว่าอยู่บ้านอกไม่มีคำว่าอดหากขยัน มีของให้กินทุ กวันไม่ต้องซื้อหากรู้จักทำ