บางครั้งการได้เห็น คนเลว บางประเภท ก็ทำให้เราปลง

บางครั้งการได้เห็น คนเลว บางประเภท ก็ทำให้เราปลง

คนใจบอด ที่ไม่เคยมองใครในแง่ดี โฟกัสแต่จุดด้อยความบกพร่องของคนอื่น

แต่มองไม่เห็น “ความชั่ว” ความผิดที่เกิดจากการกระทำของตัวเองมองอย่างเมตตา และเข้าใจ

เพราะเขา “ขี้ขลาด” เกินกว่าจะยอมรับความจริง ว่าสิ่งที่ทำมัน “น่าอาย”

กลัวคนจะมองไม่ดี เลยใช้วิธี “โทษคนอื่น” เพื่อทำให้ทุกข์ในใจคลายลง

จุดจบที่น่าสงสารของคนที่ไม่เคยมองเห็น สิ่งเลวร้ายที่ตัวเองก่อน

คือสุดท้ายชีวิตจะไม่เหลือใคร ถ้า “สำนึก” ไม่มี จะเป็น “คนดี” ได้ยังไง

ไม่ยอมกลับตัว กลับใจ ก็ต้อง “ปล่อย” ไปตามกรรม

อยากบอกอะไร กับคนที่ชอบโยนบาปไปทั่ว แต่ลืมมองความชั่วที่ตัวทำ

คนบางคน “ดีแต่พูด” รู้ทุกเรื่อง เก่งทุกอย่าง วิจารณ์ได้หมด

เหมือนเป็น “นักปราชญ์” กลับชาติมาเกิด คนเก่งจริง เขาไม่พูดเยอะ

เขาลงมือทำเลย มีผลงานให้เห็น มีความก้าวหน้า มี”ความสำเร็จ” จับต้องได้

คนอวดเก่งไปวันๆ คอยสอดส่อง ใครทำอะไร ติเขาไปทั่ว เห็นจุดบกพร่องคนอื่นตลอดเวลา

ไอ้นั่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่ใช่ แต่ชีวิตไม่เคยเข้าใกล้ความสำเร็จ มัวแต่เอาเวลาที่มีไปนั่งวิเคราะห์ชีวิตชาวบ้าน

สังเกตง่ายๆ คนประเภทนี้จะรู้ทุกเรื่อง ยกเว้น “เรื่องของตัวเอง”

ยุ่งเรื่องของคนอื่นมากไปจนทำลายอนาคตตัวเอง เราควรหันมาอยู่กับใจตัวเอง

บางคนมีครอบครัวดี เพื่อนดี เวลาล้มแล้วไม่ต้องกังวลว่าจะไม่เหลือใคร

บางคนต่อให้มีครอบครัว เพื่อนฝูงมาก แต่ก็เหมือนอยู่ “ตัวคนเดียว”

ต่างจากใคร อีกหลายคน ไม่มีแม้กระทั่ง “คน” ให้นึกถึง

ไม่ว่าเราจะเป็นใคร ไม่ว่าเราจะมี หรือไม่มีใคร สุดท้ายแล้วเรายังมี “เรา”

คนในกระจก ที่รักเรามากกว่าใคร หวังดีกับเรามากกว่าใคร และเค้าไม่เคยคิดร้ายกับเรา

เป็นคนดีไม่ได้ ก็ขออย่าทำความไม่ดี ละชั่วได้ ก็คือการทำความดีนั่นเอง

เหนื่อยมามากก็พัก แล้วค่อยสู้ต่อ น้ำตามันไหล ก็ปล่อยให้มันไหลไปอีกไม่นาน เดี๋ยวมันก็หยุดเอง

ไม่มีใครปลอบ ก็รู้จักปลอบตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองให้เป็น เพราะมันสำคัญกับชีวิต ที่ทำให้เราเดินหน้าต่อไปได้