ผมไม่คบคนที่มีเงิน เพราะเงินของเขาไม่ใช่เงินของผม

ผมไม่คบคนที่มีเงิน เพราะเงินของเขาไม่ใช่เงินของผม

ผมไม่ดูแคลนคนยากจน เพราะเขาไม่ได้ขอเงินผมไปใช้ในการดำเนินชีวิต

ผมไม่สรรเสริญเยินยอผู้มีอำนาจ เพราะความสะดวกที่เขาหยิบยื่นให้

มันย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย ผมเชื่อและแคร์ก็แค่ 3 ข้อนี้

1. คนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผม

2. คนที่ฉุดให้ผมลุกขึ้นยืนตอนที่ผมล้ม

3. คนที่ไม่ทอดทิ้งผม แม้ตอนที่ผมแทบสิ้นเนื้อประดาตัว

เชื่อไหมครับ มิตรแท้ปากไม่ค่อยหวาน แต่ที่ปากหวานมักตีสีหน้าเก่ง

ชอบผมก็คบหา ไม่ชอบผมก็เชิญไปไกลๆ ชีวิตคนมันสั้น จะมานั่งปั้นหน้ากันทำไม?

ต่อให้ไม่รู้หนังสือ ก็ต้องดูคนเป็น แต่ละคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

บางคนมาเป็นของขวัญ บางคนมาเป็นบทเรียน คนที่เข้ามาเป็นของขวัญ

เราควรจะให้ความจริงใจ เพื่อที่จะรักษา คนๆ นี้ไว้ให้ดีๆ แต่คนที่เข้ามาเป็นบทเรียนให้กับเรา

เราก็แค่ศึกษา เค้าเอาไว้ เพื่อที่จะพัฒนาตัวเราเอง ให้ดีขึ้นไป การที่เราบอกให้รักตัวเองมากๆ นั้น

ไม่ใช่ให้เป็นคนเห็นแก่ตัวนะ แต่เราต้องหันกลับมามองตัวเองให้มากขึ้น

เพราะในวันที่เราเจ็บ ก็ไม่มีใครมาเจ็บด้วยกับเรา ไม่มีใครรักษาเราให้หายได้ นอกจากตัวเราเอง

อย่าละเลยที่จะรักษาความรู้สึกของตัวเองหล่ะ เมื่อกายและใจของเราเข้มแข็งดีแล้ว

เราก็สามารถที่จะเป็น กำลังใจ ให้กับคนที่กำลังแย่ และยังให้ความช่วยเหลือกับคนอื่นๆ ได้อีกด้วย

ขนาดของความสุขที่ไม่เท่ากัน บางคนต้องมีเงินเป็นล้าน เขาถึงจะมีความสุข

บางคนแค่นั่งดูซีรีย์ กินมาม่าอยู่ที่ห้อง เขาก็มีความสุขแล้ว

บางคนนั่งเงียบๆ กับใครอีกคนข้างๆ แค่นี้ก็โอเคละ

พื้นฐานความสุขของเราไม่เหมือนกัน อันนี้เข้าใจได้

แต่ถ้าขนาดของความสุขที่ตั้งเอาไว้มันใหญ่มาก กว่าเราจะมีความสุขในแต่ละเรื่องของชีวิต

คงเป็นการมีชีวิตที่น่าหดหู่พอสมควร มีความสุขกับอะไรเล็กๆ น้อยๆ

หัดให้ตัวเองมีความสุขกับเรื่องง่ายๆ ธรรมดาๆ ไม่แน่หรอกนะ มัวแต่เคร่งเครียด

พอวันที่ยิ่งใหญ่มาถึงจริงๆ เราอาจดีใจไม่ออก เพราะมันอาจไม่ใช่วันที่เรามีความสุขจริงๆ ก็ได้ ใครจะไปรู้