พุทธสภาวะ คือสิ่งใด โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

คีย์หลักของการฝึกสติ คือปลุกการรับรู้ ไม่ได้หมายความว่า ต้อง “รู้ลม” เท่านั้น

คีย์ คือการปลุกการรับรู้ รู้ลม ก็เพื่อปลุกการรับรู้ ความรู้สึก ที่มือ ที่เท้า ก็เพื่อปลุกภาวะ “รู้” ขึ้นมา

ที่เรียกว่า พุทธสภาวะ นั่นเอง ปลุกสภาวะ “รู้” ขึ้นมาใหม่ๆ ก็จะรู้สึกได้เป็นส่วนๆ แบบนี้นะ ไม่ว่าจะเริ่มจากส่วนใดก็ตาม

แต่พอฝึกไปเรื่อยๆ จนสติเริ่มมีกำลัง การรับรู้ก็จะกว้างขึ้น กว้างขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกขึ้นมาได้ทั้งตัวเลย เรียกว่า สติเต็มฐาน

เพราะฉะนั้น เริ่มต้น อาจเริ่มไม่เหมือนกัน แต่ว่าพอถึงจุดหนึ่ง “สติเต็มฐาน” ฐานกายก็รู้กายได้ทั้งกายแล้ว

ไม่ได้รู้สึกเป็นส่วนๆ แล้ว รู้สึกได้ทั้งตัวเลย ได้ฟังเทปอานาปานสติหรือยัง ที่ไล่ 16 ระดับ แม้กระทั่งเริ่มจากรู้ลมเป็นส่วนๆ เดี๋ยวมันก็รู้กองลมทั้งกอง

เดี๋ยวมันก็รู้กายทั้งกาย นั่นคือแนวทางของอานาปานสติสูตร เพราะฉะนั้น ไม่ว่าเราจะเริ่มจากส่วนใด

ให้รู้ว่า ถ้าฝึกสติปัฏฐาน พอการรับรู้มันตื่น จะรู้สึกขึ้นมาทั้งตัวได้เองเลย เบื้องต้นอาจจะมีวิธีต่างๆ บางคนก็เริ่มจากส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นหลักก่อน

เช่น ลมหายใจ หรือ การขยับ มีไหม ใช้สายการขยับอย่างนี้ หรือว่า B o d y S c a n อย่างนี้ แต่ให้รู้ว่าถึงจุดหนึ่ง

เหมือนกันหมดแหละ มันจะรู้สึกขึ้นมาใด้ทั้งตัวเลย เรียกว่า “สติเต็มฐาน” ฐานกาย ก็รู้กายขึ้นมาได้ทั้งกาย

รู้สึกขึ้นมาได้ทั้งตัว พอสติเต็มฐาน มันไม่ได้รู้สึกแค่กาย มันรู้สึกใจได้ด้วย อย่างบางคน ใช้การดูจิต มีไหม ใครดูจิตบ้าง

ถ้าใครเริ่มที่ดูจิต โดยที่ยังไม่มีสติตั้งมั่น มันจะคอยไปจดจ่อ โฟกัส ดูอะไรมันก็จะไหลไปกับสิ่งนั้น

เพราะฉะนั้น เวลาที่สติยังไม่ตั้งมั่น ดูอะไรก็มักจะไหลไปกับสิ่งนั้น อันนี้ภาษาพระท่านเรียกว่า “เกิดนันทิ”

ความเพลิดเพลินในอารมณ์ ยังไม่ใช่คุณลักษณะของสติสัมปชัญญะ ยังเป็นอาการของนันทิอยู่ เป็นความเพลิดเพลินในอารมณ์

พอมันไหลไปกับสิ่งนั้น มันจะขาดสิ่งที่เรียกว่า สัมปชัญญะ ขาดความรู้สึกตัว แต่ถ้าฝึกเจริญสติ ปลุกการรับรู้

จนการรับรู้มันตื่นขึ้นมา มันไม่ไหล แต่มันเห็น เคยไหม เวลาเราไปเพ่งดูลม ผลที่ตามมา คืออึดอัด ลมไม่เป็นปกติ อันนั้นน่ะ คือการจดจ่อ

การจดจ่อมันจะทำให้ไม่เป็นธรรมชาติ ให้สังเกต พอเราเพ่งมากๆ จดจ่อมากๆ ร่างกายมันเกร็งตัว มันออกทางร่างกาย

เพราะฉะนั้น การปฏิบัติเริ่มต้นให้ถูก ก็คือ ถึงต้องผ่อนคลายให้เป็นก่อน ผ่อนคลายให้เป็น พอผ่อนคลายได้เป็น

สติมันเกิดโดยธรรมชาติอยู่แล้ว จะเกิดการรับรู้ที่ถูกต้องโดยธรรมชาติเลย การฝึกเราวางใจให้ถูก ไม่ใช่ว่าเราจะฝึกใจให้มันนิ่ง สงบ

อันนั้นมันเป็นผล แต่เราฝึกเพื่อ “ปลุกการระลึกรู้” ให้มันตื่นขึ้นมา พอการรับรู้มันตื่น จะเห็นการทำงานของกายของใจขึ้นมา

รู้สึกกาย รู้สึกใจขึ้นมาได้เองโดยธรรมชาติเลย การรับรู้มันตื่น ดีอย่างไร พอการรับรู้มันตื่น จะเกิดกระบวนการหลุดออก

คลายออกจากสิ่งต่างๆ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ละนันทิ จิตหลุดพ้น” ละนันทิกันอย่างไร หรือการปล่อยวางอารมณ์ ปล่อยอย่างไร

ก็เมื่อใดที่มีสติ มีความรู้สึกตัวขึ้นมา “นันทิ” ความเพลินในอารมณ์ มันก็ถูกละออกไป การปล่อยวาง คือการหลุดจากอารมณ์ อารมณ์ก็หลุดออกไป

เพราะฉะนั้น การปล่อยวาง เกิดจากการที่มีสติสัมปชัญญะ และสติสัมปชัญญะ เกิดจากการฝึกฝนธรรมะ ไม่ได้ใช้มันสมอง ไม่ได้ใช้ตรรกะตีความ

แต่เป็นเรื่องของการลงมือฝึกปฏิบัติได้สัมผัส เหมือนเราจะกินน้ำ เราก็กินจริงๆ เลย ลิ้มรสพระธรรมได้อย่างแท้จริง