ภรรยาเป็นใหญ่ในบ้าน สามีโปรดรู้ไว้ โดย พระมหาสมปอง

ภรรยาเป็นใหญ่ในบ้าน

ภรรยาเป็นใหญ่ในบ้าน สามีโปรดรู้ไว้ โดย พระมหาสมปอง

เรื่องนี้สำคัญเลยคุณโยม ผู้หญิงจะเป็นใหญ่หรือไม่ใหญ่อาตมาไม่รู้ แต่ที่รู้ ๆ อย่าได้กล้าหือเชียวนะ ไม่อย่างนั้นหนีเอาชีวิตกันแทบไม่รอดเลยล่ะ

อาตมาได้พบและได้คุยกับคุณโยมผู้ชายหลายท่าน ซึ่งต่างก็เล่าเป็นเสียงเดียวกันว่า โดนภรรยาที่บ้านข่มเหงรังแกอยู่ตลอดเวลา

แรก ๆ อาตมาก็แปลกใจว่า คุณโยมเป็นผู้ชายแท้ ๆ เป็นหัวหน้าครอบครัวแท้ ๆ ทำไมถึงยอมให้ภรรยาซึ่งเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ รังแกเอาได้ คุยไปคุยมาถึงได้รู้ว่า

บรรดาคุณโยมภรรยาทั้งหลายมีของศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือ นั่นคือ บัญชีการเงินทั้งหมด

หลายคนที่โดนแซวว่ากลัวเมีย ก็จะหาคำพูดแก้ตัวกันได้อย่างสมเหตุสมผลว่า ไม่ได้กลัว แต่เกรงใจ เหมือนอย่างคุณโยมบางคู่ คุณโยมแม่บ้าน เวลาจะคุยกับคุณโยมพ่อบ้านต้องคลานเข่าเข้าไปหาเชียวนะ

แล้วพูดว่า ไอ่แก่ ออกมาจากใต้เตียงเดี๋ยวนี้นะ หนีเข้าไปทำอะไร เห็นไหม คุณโยมไม่ได้กลัวเมียแต่ Safety First

ผู้หญิงสมัยนี้เก่งนะคุณโยม โดยเฉพาะเรื่องการทำงานนอกบ้าน บางคนเก่งมากเสียจนหน้าที่การงาน และเงินเดือนเยอะกว่าสามีตัวเองหลายเท่า

เป็นใหญ่อยู่นอกบ้านแล้ว ยังกลับมาเป็นใหญ่ในบ้าน ด้วยการคุมการเงิน การดูแลบ้าน การดูแลลูกอีก จนคุณโยมผู้ชาย อดน้อยเนื้อต่ำใจถามตัวเองไม่ได้ว่า แล้วฉันจะเกิดมาทำไมเนี่ย

อย่าน้อยอกน้อยใจไปคุณโยมผู้ชายทั้งหลาย อาตมาอยากให้คุณโยมมองในแง่ดีที่ว่า เราโชคดีที่ได้ภรรยาเก่ง การมีภรรยาดี ภรรยาเก่งเป็นการสะท้อนถึงความสามารถในการเลือกคบคนของคุณโยมได้เป็นอย่างดี

และยังเป็นการเสริมบารมีคุณโยมไปในตัวด้วย เหมือนอย่างสมัยโบราณ ที่ข้าราชการจะหาภรรยาสักคนก็มักจะหาภรรยาเก่งเรื่องงานบ้านงานเรือน

เพราะสิ่งนี้จะช่วยเสริมบารมี เสริมหน้าตาทางสังคมได้ด้วย คุณโยมผู้ชายสมัยนี้ก็คงคิดไม่ต่างกันว่า การมีภรรยาเก่งก็เชิดหน้าชูตาได้ แต่พอเอาเข้าจริง การมีภรรยาเก่ง หรือเก่งกว่า

กลับกลายเป็นการลดคุณค่าความเป็นชายของตัวเองลง ยิ่งถ้าภรรยาดุเข้าไปอีก ก็กลายเป็นว่าอยู่ใต้อาณัติภรรยาไปโดยปริยาย

คุณโยมสามีภรรยาหลายคู่มีปัญหากัน เพราะเรื่องอำนาจภายในบ้านเป็นเหตุ ตัวสามีรับไม่ได้ที่ภรรยาเก่งกว่า ภรรยาก็ยอมไม่ได้ที่จะให้สามีเป็นช้างเท้าหน้าเพียงคนเดียว

ต่างคนต่างข่มกัน ไม่ยอมกัน สุดท้ายก็ทะเลาะกันเป็นเรื่องราวใหญ่โตโดยไม่รู้ตัว ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการลดทิฐิ คุณโยมผู้ชายมักมีทิฐิว่า ตัวเองต้องเป็นเพศผู้นำ ต้องออกคำสั่ง

แต่เมื่อโดนเพศหญิงที่ควรจะอ่อนแอกว่ามาออกคำสั่งแทน มาอยู่เหนือตัวเองก็รับไม่ได้ ในขณะที่คุณโยมผู้หญิง ที่พยายามเรียกร้องความเท่าเทียมกับคุณโยมผู้ชาย

ก็พยายามแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ จนบางครั้งความสามารถนั้นเกินเลยไป จนกลายเป็นการข่มผู้อื่นไปโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน

ดังนั้น คุณโยมทั้งสองฝ่ายจะต้องลดทิฐิในเรื่องอำนาจ และเติมเต็มเรื่องการให้เกียรติกัน อย่าคิดว่าใครต้องใหญ่กว่าใครในบ้าน แต่ให้คิดว่า ชีวิตคู่จะมีความสุขได้ก็ต้องเดินไปพร้อม ๆ กัน

ไม่มีใครก้าวไปก่อนใคร ไม่มีใครวิ่งแซงใคร และต้องให้เกียรติกันในการตัดสินใจ ตัดสินปัญหาหรือรับผิดชอบสิ่งต่าง ๆ คุณโยมลองหาวิธีแบ่งกันง่าย ๆ ดูก็ได้ เช่นว่า

คุณโยมผู้หญิงรับผิดชอบหน้าที่ในการดูแล และเป็นใหญ่ในบ้านเพื่อดูแลเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั่วไป ที่ผู้หญิงสามารถดูแลได้ ส่วนคุณโยมผู้ชายก็รับผิดชอบเรื่องการตัดสินใจใหญ่ ๆ

เรื่องการเงิน การงาน การเป็นผู้นำ เป็นที่พึ่งพิง ชีวิตคู่จะอยู่ได้อย่างมีความสุข ต้องใช้ความถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ใช่การนำของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่เพราะการเชื่อฟังคนใดคนหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการนำ และการตามไปพร้อม ๆ กัน เจริญพร…

ที่มา rowwadee