มีเรื่อง ถ้าเรื่องไม่มาอยู่ในใจ เดี๋ยวเรื่องก็หายไปเอง

การเจริญสติแบบพุทธ

คือการฝึกใจให้เบา จากการไม่ยึดเอา สารพัดเรื่องราวไว้กับใจ

เมื่อเอาใจเบา ๆ ไปเผชิญหน้ากับเรื่องหนัก ๆ คุณจะรู้ได้ว่าตัวเอง

เจริญสติมาถึงจุดที่ ใจเบาหลอก ๆ หรือใจเบาจริง ๆ

ถ้าใจเบาหลอก ๆ เจอเรื่องแล้วของจะขึ้น ไฟจะลุกจากถ่านร้อนที่ไม่เคยมอด

ใจที่ดูใสเบาตอนไม่มีเรื่อง จะกลับขุ่นข้น หนักหน่วงขึ้นมาให้เห็นจะจะ

แต่ถ้าใจเบาจริง เจอเรื่องแล้วไม่สะเทือน เหมือนอากาศธาตุโดนรถสิบล้อวิ่งผ่าน

ใจเคยโปร่งเบาตอนไม่มีเรื่องแค่ไหน ก็ยังคงเบาอยู่อย่างนั้น

แทบไม่เปลี่ยน หรือไม่เปลี่ยนเลยอย่างสิ้นเชิง

ประเด็นคือ ถ้าให้เทียบกันระหว่าง เจอเรื่องแล้วใจหนัก กับเจอเรื่องแล้วใจเบา

ใจที่เบา จะจัดการกับเรื่องได้สุขุมกว่า มีขันติรับผิดชอบกับเรื่องได้ทนนานกว่า

คิดน้อยแต่เข้าเป้าได้มากกว่า และปัดเป่าเรื่องให้เป็นขี้ผงได้เร็วกว่า

และอีกประเด็นที่เป็นเรื่องภายใน คือ ใจที่เบา จะไม่เก็บเอาเรื่องไว้กับตัว

เพราะเมื่อคิดน้อย แต่ตรงจุด จะรู้สึกเหมือนไม่ต้องออกแรงมาก

เดี๋ยวเรื่องก็ผ่านไป ลืม ๆ ไป ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

เพื่อให้ใจเบาจริง ยังมีเรื่องให้ต้องฝึกทิ้งกันอีกมาก แต่ก่อนอื่นใด ควรรู้ตัวให้ได้

ยอมรับตามจริงให้เกิดความเข้าใจว่า ตอนไม่มีเรื่องแล้วใจเบา มันเบาหลอก ๆ

ตอนมีเรื่องแล้วใจหนัก อันนั้นหนักจริง ๆ

ไม่ว่าฝึกเจริญสติมานานแค่ไหน อย่าทึกทักว่า ต้องมีใจเบาไว้อวดคนอื่น

เจริญสติตอนมีเรื่องได้บ่อย ๆ แล้วจะค่อย ๆ รู้ ค่อย ๆ ซาบซึ้งว่า

ใจเป็นใหญ่

ใจเป็นประธาน

อะไร ๆ ไหลมาจากใจ ถ้าใจไม่มีเรื่อง เดี๋ยวเรื่องก็หายไปเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา : dungtrin