ศิษย์ผู้หลงผิด ของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงตาพวง อกิญจโน เป็นศิษย์ที่มีวีรกรรมกับ หลวงปู่ดูลย์ จนเป็นที่กล่าวขานไปทั่ว บ่งบอกถึงความเมตตา ที่หลวงปู่ดูลย์มีต่อลูกศิษย์ได้เป็นอย่างดี

หลวงตาพวงเป็นภิกษุรูปแรกที่บุกเบิกการปฏิบัติธรรมบนเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ แต่เนื่องจากท่านเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เมื่อล่วงเข้าสู่วัยชรา

หลวงตาพวงจึงคร่ำเคร่งในการปฏิบัติอย่างหนัก ด้วยตระหนักว่าตนเหลือเวลาในชีวิตไม่มากนัก ท่านตั้งสัจจะเร่งความเพียรโดยไม่เห็นแก่การพักผ่อนนอนหลับ

แต่ละนาทีถูกใช้เพื่อการบำเพ็ญภาวนาอย่างไม่ลดละ ผลของการปฏิบัติวิปัสสนาทำให้จิตได้พบกับความสงบ ปีติแผ่ซ่านทั้งกายและจิต

ทว่าหลวงตาพวงกลับสำคัญมั่นหมายว่า สภาวะดังกล่าวคือการบรรลุธรรมขั้นอรหัตผล ความเข้าใจผิดเร่งเร้าให้หลวงตาพวงออกเดินทางจากเขาพนมรุ้ง

มาหาหลวงปู่ดูลย์ที่จังหวัดสุรินทร์ในคืนนั้นเลยทีเดียว สาเหตุที่หลวงตาพวงอุตส่าห์เดินข้ามจังหวัดอย่างรีบร้อน เพราะท่านต้องการเทศน์โปรดหลวงปู่ดูลย์

ผู้เป็นอาจารย์ให้บรรลุธรรมเหมือนตน แม้เดินทางไปถึงในเวลาดึกดื่น ท่านก็มิได้มีความเกรงอกเกรงใจพระเณรที่จำวัดอยู่แต่อย่างใด

หลวงตาดูลย์ ออกมาเดี๋ยวนี้ พระอรหันต์มาแล้ว เสียงร้องเรียกของหลวงตาพวง ทำให้หลวงปู่ดูลย์ออกมาพบท่านกลางดึก

แต่แทนที่พระลูกศิษย์จะกราบนมัสการพระอาจารย์ กลับกลายเป็นว่าหลวงตาพวงทักท้วงให้หลวงปู่ดูลย์ทำความเคารพตน เพราะเข้าใจว่า

ตนมีสภาวธรรมเหนือกว่าอาจารย์ ทว่าหลวงปู่ดูลย์กลับวางเฉย ปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินไปโดยไม่ทักท้วงอธิบายใดๆ หลวงตาพวงกล่าวต่อไปว่า

รู้ไหมว่า เดี๋ยวนี้ผู้สำเร็จอุบัติขึ้นแล้ว ที่มานี่ก็ด้วยเมตตา ต้องการจะมาโปรด ต้องการจะมาชี้แจงแสดงธรรมปฏิบัติให้เข้าใจ

เวลานั้นแม้พระเณรที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกใจในพฤติกรรมประหลาดของหลวงตาพวง ท่านเรียกปลุกพระรูปนั้นรูปนี้ขึ้นมาฟังท่านเทศนา

ประหนึ่งวาาท่านมาโปรด แต่หลวงปู่ดูลย์ยังคงวางเฉย บางครั้งท่านซักถามหลวงตาพวงถึงข้อธรรมต่างๆ แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นไปอย่างตะกุกตะกัก

เล่ากันว่าหลวงตาพวงสร้างความวุ่นวายให้วัดบูรพารามอยู่หลายวัน ไม่ว่าหลวงปู่ดูลย์จะแก้ไขอย่างไร หลวงตาพวงก็ไม่ลดราวาศอก

กระทั่งต้องออกอุบายแกล้งยั่วยุให้โกรธ หลวงปู่ดูลย์ออกปากไล่หลวงตาพวงว่า เออ สัตว์นรก สัตว์นรก ไปเดี๋ยวนี้ ออกจากกุฏิเดี๋ยวนี้

หลวงตาพวงโกรธมาก ถึงขั้นพรวดพราดออกจากวัด แต่อารามรีบร้อนทำให้มือไม้สั่นหยิบของผิดๆ ถูกๆ คว้าไต้จุดไฟแล้วถือไปด้วยเข้าใจว่าเป็นกลด

เออ กูจะไปเดี๋ยวนี้ หลวงตาดูลย์ไม่ใช่แม่กู หลังจากเกิดโทสะพลุ่งพล่าน หลวงตาพวงรีบออกจากวัดบูรพาราม มุ่งหน้าไปยังวัดป่าโยธาประสิทธิ์

ซึ่งมีเจ้าคุณพระเทพสุทธาจารย์ (โชติ คุณสัมปันโน) พำนักอยู่ ทันทีที่ย่างเท้าเข้าสู่บริเวณวัดป่า ความโกรธที่มีต่อหลวงปู่ดูลย์อย่างรุนแรงก็กลับกลายเป็น

มีสติสัมปชัญญะกลับคืน เมื่อได้สติทบทวนพฤติกรรมของตนจึงสำนึกผิด และเดินทางกลับมาขอขมาหลวงปู่ดูลย์ในภายหลัง หลวงปู่ดุลย์รับคำขอขมา

และเทศน์สอนลูกศิษย์ผู้มีอาวุโสด้วยเมตตาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ว่าถึงประโยชน์ก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกัน มีส่วนดีอยู่เหมือนกัน คือจะได้เป็นบรรทัดฐาน

เป็นเครื่องนำสติ มิได้ตกอยู่สภาวะนี้อีก เป็นแนวทางตรงที่จะได้นำมาประกอบการปฏิบัติให้ดำเนินไปอย่างมั่นคงในแนวทางตรงต่อไป

หลวงปู่ดูลย์ท่านเป็นครูที่มีความเมตตา และปรารถนาดีต่อลูกศิษย์ โดยไม่ถือโทษโกรธเคือง ผลจากการเอื้อเฟื้อสั่งสอนทางธรรม

ทำให้หลวงตาพวงมีความก้าวหน้าในการปฏิบัติ และเป็นพระสงฆ์รูปสำคัญแห่งเขาพนมรุ้ง จวบจนกระทั่งท่านมรณภาพในเวลาต่อมา