สติเต็มฐาน คืออะไร และทำอย่างไรให้สติเต็มฐาน โดยพระมหาวรพรต กิตฺติวโร

ใช้คำให้ถูกคือเติมให้เต็ม ก็คือเต็มฐานกายนั่นแหละ ปกติโยมจะรู้สึกเป็นส่วนๆ ใช่ไหม มือ เท้า แต่ถ้าสติมีกำลัง

โยมจะพบว่ามันรู้สึกได้ทั้งตัวเลย นี้คือสติมันเต็มฐาน มันจะเกิดเมื่อมีสภาวะสติที่ตั้งมั่น แล้วโยมจะพบว่าเมื่อสติมันเต็มฐาน

สติตั่งมั่นแล้วจิตมันจะไม่ส่งออก มันจะเกิดความตั้งมั่น ถ้าเป็นมิจฉาสมาธิมันต้องเพ่งกดข่ม เพื่อให้จิตนิ่งเป็นสมาธิอยู่ที่จุดเดียว

แต่ว่าการฝึกสติปัฏฐานไม่ต้องกดข่ม ไม่ต้องเพ่ง แค่รู้สึกตัวไปเรื่อยๆ จนจิตมีการรับรู้มันกว้างจนมันเต็มฐาน สังเกตว่าจิตจะตั้งมั่นเองเลย

เขาเรียกว่าฐาน “ฐานของกาย” ก็คือรู้กายทั้งกาย เบื้องต้นมันใช้ฐานเล็กๆ ก่อน คือฐานของลมหายใจ หรือว่าความเป็นส่วนๆ แต่พอฝึกเป็นกำลัง

จนเต็มฐานกาย แล้วโยมว่าฐานเล็กกับฐานใหญ่อันไหนมันมั่นคงกว่ากัน เหมือนโยมจะสร้างตึกที่มันสูงขึ้นไปเรื่อยๆ รากฐานสำคัญไหม สำคัญ

ถ้าฐานไม่ดีเป็นอย่างไร พัง โดยเฉพาะจิตมันไวมาก ถ้าฐานโยมไม่แข็งแกร่ง โยมจะทันมันไหม ไม่ทัน อยู่ๆ โยมไปมัวดูจิต ดูทันไหม

ดูความคิดเป็นอย่างไร มันก็ไหลไปกับความคิดนั่นแหละ ลืมตัว ดูอะไรมันก็ไหลไปกับสิ่งนั้น เพราะนั้นเราต้องมีฐานที่มั่นคงก่อน

พระพุทธเจ้าถึงตรัสว่า บุคคลไม่ประมาทในฐานกายชื่อว่า ไม่ประมาทในอมตะธรรม ชนเหล่าใดประมาทในกายคตาสติ ชนเหล่านั้นชื่อว่าประมาทในอมตะ

พอโยมได้สติเต็มฐานแล้ว โยมจะเห็นการทำงานของจิตโดยธรรมชาติเลย มันเห็นเองโดยที่โยมไม่ต้องคอยไปดูมันด้วยซ้ำ

แค่ปลุกการรับรู้จนเต็มฐาน โยมจะเห็นการทำงานของกาย และของใจ ตามความเป็นจริง

แล้วมันเห็นแบบไม่ยึดถือด้วย ที่เรียกว่ารู้สักแต่ว่ารู้ เห็นสักแต่ว่าเห็น แค่ปลุกขึ้นมา ภาวะตรงนี้เท่านั้น