สุขกับความธรรมดา เพราะรู้ดีว่ายิ่งแบกยิ่งทุกข์ ต ายไปก็หอบอะไรไปไม่ได้สักอย่าง

สุขกับความธรรมดา เพราะรู้ดีว่ายิ่งแบกยิ่งทุกข์ ต ายไปก็หอบอะไรไปไม่ได้สักอย่าง

สุขกับความธรรมดา เมื่อชีวิตถึงจุดหนึ่งจะมีความสุขกับของไม่กี่อย่าง กับคนไม่กี่คน

เพราะรู้ดีว่ายิ่งแบกยิ่งทุกข์ ต ายไปก็หอบอะไรไปไม่ได้สักอย่าง แบกทุกอย่างไว้มันก็ทุกข์

วางลงได้แบบไม่ยึดติด มันก็สุขของอะไรไม่จำเป็น ขายทิ้งบ้าง ให้คนอื่นไปบ้าง บริจาคบ้าง

เพราะไม่รู้จะสะสมไปทำไม เก็บไว้แค่จำเป็นหรือบางอย่าง ที่ยังปล่อยวางไม่ได้

ยังมีความทรงจำกับมันอยู่ แต่ก็เตือนตัวเอง ถ้ามันเป็นอะไรก็จะไม่ยึดติดกับมัน

เพื่อนคนไหน ที่ไม่จำเป็น ก็ตัดทิ้ง คบแค่คนที่อยู่กับเราในยามลำบาก

เราลำบาก เขาก็มาเยี่ยมเรา เขาลำบาก เราก็ไปเยี่ยมเขา ที่เหลือคบแค่รู้จ้ก ก็พอ

เพราะสุดท้าย ทุกคนก็ต้องมีภาระเป็นของตัวเอง มีวันเวลาเป็นของตัวเอง

ใครมีความสุขได้กับความธรรมดา โดยไม่ต้องพึ่งใคร เก่งที่สุดแล้ว

ชีวิตในแบบธรรมดา สุขไม่ธรรมดา เป็นความสงบ ความเรียบง่าย

ไม่วุ่นวาย ไม่แก่งแย่ง ไม่ชิงดีชิงเด่น ไม่อิจฉา หรือไม่ต้องวิ่งตามใครให้เหนื่อย

มีจุดยืนของตัวเอง มีน้ำใจเอื้ออาทรกับคนอื่นๆ โดยที่ไม่เบียดเบียนใคร และตัวเราเอง

มีความสุขกับสิ่งรอบๆ ตัว พอใจกับวิถีชีวิตแบบบ้านๆ ใช้ชีวิตง่ายๆ อย่างพอเพียง
.
แค่นี้เราก็เป็นคนธรรมดา ที่มีความสุขแล้วหล่ะ “ทำสิ่งที่ทำแล้วสบายใจ”

ภายนอกจะเป็นยังไง ถ้าในใจ เราปล่อยวางได้ ปรับใจให้สมดุลย์ได้

อะไรที่ทำให้ทุกข์ ก็หันหน้าหนี ช่างมันไปบ้าง มองอีกมุมให้กว้าง

ให้เห็นสิ่งดีๆ.ที่อยู่รอบตัว รับรู้ว่ายังมีคนที่เรารัก อยู่พร้อมหน้า คือโชคดีที่สุดแล้ว

พักบ้าง ทำสิ่งที่ทำแล้วสบายใจ คุยกับคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจ

ดูแลตัวเอง ให้มีความสุขบ้าง พรุ่งนี้จะได้มีพลังมีสติ ที่จะฝ่าฟัน แก้ไขปัญหา เดินต่อไปได้ ด้วยใจที่แข็งแรง