หากวันหนึ่งไม่มีแม่แล้วใครจะส่งลูกขึ้นฝั่ง (อ่านแล้วคิดถึงแม่จนน้ำตาไหล)

หากวันหนึ่งไม่มีแม่แล้วใครจะส่งลูกขึ้นฝั่ง (อ่านแล้วคิดถึงแม่จนน้ำตาไหล)

อายุของลูก ที่ได้มาก็คือ เวลาที่เสียไปของแม่ ยิ่งลูกมีความเจริญรุ่งโรจน์มากขึ้นเท่าใด

ชีวิตแม่ก็ยิ่งแก่ลง และหดหายลงไปเท่านั้น บางครั้งก็ริบหรี่ หรือไม่ก็ดับแล้ว

น้ำตาเทียนก็ไหลหยดย้อยเหมือน “หยาดน้ำตาของแม่”

ในที่สุดเทียนที่จุดขึ้นก็จะเหลือเพียงไส้ดำๆ วาระสุดท้ายของแม่เราก็จะเป็นอย่างนี้

แม่จะเหลือเพียงกระดู กที่เป็นเถ้าถ่าน ให้ลูกไปรับที่เชิงตะกอน

“หากพรุ่งนี้ไม่มีแม่ จะมีใครอีกไหม”

แม่ ผู้ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่ลูก

แม่ ผู้ยอม อด เพื่อให้ลูกได้อิ่ม

แม่ ผู้ที่ยอมทุกข์ เพื่อให้ลูกมีความสุข

แม่ ผู้ที่ยอม ทนลำบากเพื่อให้ลูกได้สบาย

แม่ ผู้ที่ยอมต ายทำอย่างเพื่อให้ลูก มีชีวิตอยู่

แม่ ผู้ที่รักเป็นห่วงเป็นใยและเฝ้าถามลูกอยู่เสมอ เหนื่อยไหมลูก

หิวไหมลูก ลูกอยากกินอะไร ลูกอยากได้อะไร แม่ “จัดหาให้ทุกอย่าง” เพราะ คนเป็นแม่นั้น

ไม่ใช่แค่รัก แต่สำหรับแม่คือ ทั้งชีวิต

ไม่ใช่แค่ห่วง แต่สำหรับแม่คือ ทุกลมหายใจ

ไม่ใช่แค่วันแรก..แต่สำหรับแม่คือ จากนี้และตลอดไปแม้ว่าจะท้อแค่ไหน ก็คงเพราะ คำว่า “ลูก” คำเดียวเท่านั้น

เพราะลูกนั้น คือ จิตวิญญาณ คือหัวใจอีกดวง ที่แม่ต้องรักษาไว้ให้ได้

แล้วลูกละ เคยถามแม่บ้างหรือเปล่า ?

ลูกบางคนยาม แม่มีชีวิตอยู่ไม่เคยเลยที่จะรักษาน้ำใจท่าน ไม่เคยเลยที่จะเลี้ยงดูใจท่าน ทำให้ท่านสบายอกสบายใจ

ท่านได้เรามาเป็นลูก รู้ไหมท่านดีใจขนาดไหน ?

เรารักสิ่งใด เราจะถนอมสิ่งนั้น รักษาสิ่งนั้นแล้วมันจะอยู่กับเรานาน

ถ้าเรารักแม่ ขอให้ถนอมน้ำใจแม่ รักษาใจท่าน

รักใดไหนเล่าเท่าความรักของแม่ เป็นรักที่บริสุทธิ์ใจ เป็นรักที่ยิ่งใหญ่เป็นรักที่แท้จริง

อันรักใดไหน เล่าเท่ารัก ลูก ถ้าวันนี้ไม่แสดงความกตัญญูต่อท่าน อาจจะไม่มีโอกาสแล้วก็เป็นได้

ไม่ต้องอายในการทำความดี มีอะไรช่วยท่านได้ช่วยเลยอย่านิ่งดูดาย

เพราะเราสามารถมีแม่ได้เพียงคนเดียวเท่านั้นในโลกนี้ “คิดไว้สักนิด หากพรุ่งนี้ไม่มีแม่”