อย่าเป็นคนที่ดี..มากเกินไป ไม่งั้นจะเจ็บเอง

อย่าเป็นคนที่ดี..มากเกินไป ไม่งั้นจะเจ็บเอง

มีแต่คนดีเท่านั้นที่ลำบากใจ ผมเคยอ่านเจอประโยคนี้จากหนังสือเล่มไหนสักเล่ม

เป็นประโยคที่ทำให้ผมซื้อหนังสือเล่มนั้น และก็เป็นประโยคเดียวที่ผมจำได้จากหนังสือเล่มนั้น

ผมไม่แน่ใจว่าประโยคดังกล่าวจริงทั้งหมดหรือเปล่า แต่ก็น่าจะมีส่วนถูกอยู่ไม่น้อย

ทั้งจากประสบการณ์ที่มีคนมาปรึกษาผมด้วยความกลุ้มใจ และจากประสบการณ์ที่โดนกับตัวเอง

คนดีในที่นี้ คงไม่ได้หมายถึงคนใจบุญใจกุศล ไม่มีประวัติ ด่างพร้อย แต่คงหมายถึงคนที่จริงๆ เป็นฝ่ายเสียเปรียบในสถานการณ์นั้นๆ

แต่กลับเป็นคนลำบากใจเสียเอง ที่จะกระทำการบางสิ่ง ตัวอย่างเช่น

คนให้ยืมเงินหลายคน จะลำบากใจในการทวงหนี้ คนที่ยืมเงินแล้วไม่คืน คนที่ถูกรบกวนให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ

แต่ถูกขอร้องแบบปฏิเสธได้ลำบากคนที่เห็นบางคนทำไม่ถูก แต่ก็ลำบากใจ

ไม่อยากตักเตือนให้เสียกำลังใจ แปลกดีมั้ยล่ะครับ ที่คนให้ยืมเงิน คนถูกรบกวน

คนที่อยากตักเตือน ทั้งหมดนี้ต้องกลายเป็นคนลำบากใจเสียเอง

ในขณะที่คนยืมเงินชาวบ้าน คนมารบกวน คนที่ทำไม่ถูกกลับสบายใจ

ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องแบกอะไรสักอย่าง แน่นอน ก็คงพูดไม่ได้หรอกว่า คนเหล่านี้คือ “คนไม่ดี”

เขาอาจจะแค่ไม่แคร์ ไม่คิดถึงคนอื่นเท่าที่คนอื่นคิดถึงเขาเท่านั้นเอง

และ “คนดี” ในความหมายนี้ ก็อาจไม่ใช่คนดีเด่นอะไรแต่อาจเป็นแค่คนขี้เกรงใจ ไม่มั่นใจในตัวเอง

กลัวเขาจะไม่ชอบเราก็เลยไม่กล้าทวง ไม่กล้าปฏิเสธ ไม่กล้าตักเตือน

สุดท้ายก็เลยต้องรับไว้คนเดียวผมเองก็ไม่มีข้อสรุปในเรื่องนี้ คิดได้เพียงว่า

บางทีเราก็ต้องหัดใจแข็งเสียบ้าง กล้าทวงถาม กล้าปฏิเสธ กล้าตักเตือน

เพราะไม่อย่างนั้นในเวลาต่อมา ความลำบากจะตกอยู่ที่เรา

และร้ายไปกว่านั้น ถ้าถูกจับได้ว่าเราคือ “ไอ้อ่อน” เราจะถูกบางคนที่มองเห็นจุดนี้

ใช้เราให้เป็นประโยชน์เราจะทั้งโดนยืม โดนขอร้องแบบปฏิเสธไม่ได้

โดนผลักภาระให้เราต้องตามล้างตามเช็ดก็เป็นได้ผมคิดว่า “คนดี” ในละครเรื่องนี้

กับ “คนดี” ในหนังสือที่ผมอ่าน น่าจะเป็นคนคนเดียวกัน “มีแต่คนดีเท่านั้นที่ลำบากใจ”

“อย่าเป็นคนดีมาก ไม่งั้นจะเป็นคนเจ็บเอง” ถือเป็น 2 ประโยค ที่เก็บไปคิดต่อได้เยอ