อย่าเสียเวลา..วิ่งตามม้าเพียงตัวเดียว เอาเวลาที่วิ่งตามม้า ไปปลูกหญ้าดีกว่า

อย่าเสียเวลา..วิ่งตามม้าเพียงตัวเดียว เอาเวลาที่วิ่งตามม้า ไปปลูกหญ้าดีกว่า

เอาเวลาที่วิ่งตามม้า ไปปลูกหญ้าดีกว่า วันที่หญ้าเขียวขจีเต็มท้องทุ่ง

ย่อมมีม้าฝูงใหญ่ ยอมเดินเข้ามาให้เธอเลือกเอาตามอำเภอใจ

อย่าเสียเวลาวิ่งตามใครคนใดคนหนึ่ง ยอมโดดเดี่ยว และอยู่ลำพังสักช่วงสิ

จากนั้นจงฝึกฝนให้ตนเองมีความสามารถในแขนงใดแขนงหนึ่ง ฝึกจนเกิดความเชี่ยวชาญและช่ำชอง

ณ เวลานั้น จะมีผู้คนจำนวนมากวิ่งเข้าหาเธอ ทั้งพร้อมจะเป็นเพื่อน และพร้อมที่จะเดินเคียงข้างในชีวิตเธอ

ฉะนั้น วิ่งตามมิสู้ทำตนเองให้มีคุณค่า ดึงคนเข้าหา เพราะเธอมีดี ดีกว่า

เสมือนดอกไม้ เธอเบ่งบานเมื่อไหร่ จะกลัวไปใยว่าผีเสื้อไม่บินมาตอม

1. เก่งจริงเป็นอย่างไร

เธอเก่ง มีคนบอกว่าเธอเก่ง คนที่บอกว่าเธอเก่งเป็นคนเก่ง

2. คนเรามีดวงตาอยู่ 2 ดวง

ดวงตา 2 ดวงอยู่ในระดับเดียวกัน แต่คนเรากลับใช้มองคนอย่างไม่เสมอภาค คนเรามีหูอยู่ 2 ข้างเพื่อให้ฟังทั้ง 2 ด้าน

แต่คนเรากลับชอบฟังความด้านเดียว คนเรามีปากเพียง 1 ปาก แต่กลับพูดให้คนอื่นเข้าใจผิดเป็นคนละเรื่องได้

3. คนที่ตำหนิเธอในวันนี้ เธอคิดว่าเขาคือศัตรู

แต่วันหน้าจะกลายเป็นมิตร คนที่เยินยอเธอในวันนี้ เธอคิดว่าเขาเป็นมิตร

แต่วันหน้าจะกลายเป็นศัตรู โบราณจึงว่าไว้ “ยาดีมักขมปาก คำดีมักขัดหู”

หากเธอดีจริงก็ไม่ต้องเย่อหยิ่ง หากเธอไม่ดีจริงตามที่เขาเยินยอ ก็ไม่ต้องลำพองใจ

4. ความน่าเวทนา

ความน่าเวทนาของคนเรา ไม่ใช่มองไม่เห็นกับดัก แต่รู้ทั้งรู้ว่านั่นคือกับดัก ก็ยังเอาหัวไปแหย่ให้ติดกับเป็นครั้งที่สอง

5. น้ำตาบอกอะไรบางอย่าง

ว่ากันว่า น้ำตาบอกอะไรบางอย่าง ที่ปากพูดไม่ได้

แต่บางครั้ง น้ำตาก็บอกแทนความสุขในใจที่ไม่อาจอธิบายได้เช่นกัน

ว่ากันว่ารอยยิ้ม บอกความสุขที่เปี่ยมล้วนภายในใจ

แต่บางครั้งรอยยิ้มก็เป็นตัวแทนของความเจ็บปวดที่ปากไม่อาจพูดออกมาได้เช่นกัน

6. เธอต้องฝึกยิ้มได้แม้ใจจะรวดร้าว

ไม่ว่าจะใช้ชีวิตร่วมกับใคร ญาติมิตร หรือคนแปลกหน้า เธอต้องฝึกยิ้มได้แม้ใจจะรวดร้าว

เพราะมนุษย์ทุกคนต่างมีความเห็นแก่ตัวเป็นสันดาน จึงอย่าคาดหวังว่าคนที่อยู่รอบข้างเธอ จะทำดี และจริงใจต่อเธอทุกคน

7. เมื่ออีกคนหมดรัก

ว่ากันว่า เมื่ออีกคนหมดรัก ใครอีกคนทำอะไรก็ผิดไปหมด ร้องไห้ก็ผิด นิ่งเงียบก็ผิด หายใจก็ผิด

แม้ต ายไปก็ยังผิด เมื่อใดหมดรัก แค่คำว่า “เรายังรักกันอยู่ไหม?” ก็กลายเป็นชนวนให้เลิกกันได้

8. หนังดีอยู่ที่ใครพึงพอใจ

หนังเรื่องเดียวกัน หลังจากฉายจบ มีคนบอกคุ้มค่า มีคนบอกเสียดายเงิน

ส้มตำร้านเดียวกัน มีคนบอกแซบสุดๆ มีคนบอกเสียความรู้สึกสุดๆ เพลงเดียวกัน บางคนฟังแล้วฟังอีกไม่รู้สึกเบื่อ

บางคนฟังครั้งแรกยังไม่ทันจบเพลง ก็ไม่ฟังอีกทั้งชีวิต ดังนั้น หนังดีอยู่ที่ใครพึงพอใจ

ส้มตำอร่อยอยู่ที่ถูกปากใคร เพลงเพราะหรือไม่อยู่ที่วัยและสิ่งที่ประสบมา

เพราะฉะนั้น ใครชอบหรือใครเกลียดคุณ มันจึงเป็นเรื่องปกติ

9. ทุกวันคือจุดจบและเริ่มต้น

ทุกวันคือจุดจบ ทุกวันคือจุดเริ่มต้น ต่อให้เมื่อวานจะดีเยี่ยมอย่างไร

วันนี้มันก็กลายเป็นอดีตไปแล้ว ต่อให้วันนี้เลวร้ายเพียงใด ใช่ว่าเธอพบเจอคนเดียวเสียเมื่อไหร่?

ยืมข้อคิดในอดีตมาลิขิตชีวิตในปัจจุบัน อิงสิ่งที่กระทำในปัจจุบันสร้างสรรค์เส้นทางในอนาคต