อารมณ์เป็นของระยะสั้น แต่ผลของมันเป็นของระยะยาว

ความโกรธ (anger) เป็นอารมณ์ปลายทาง เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากอารมณ์อื่นๆ ที่ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจ

แต่ความโกรธมันไม่ได้แค่ซ่อนเร้น มันแสดงอาการออกมา ให้เรารู้สึกได้ทางร่างกาย ที่ได้เราหัวร้อนขึ้น เ ลื อ ด สูบฉีดแรงขึ้น

หัวใจเต้นเร็วมากขึ้น ม่านตาขยายขึ้น พร้อมกับจังหวะการหายใจที่ระริกรัวมากขึ้น ความโกรธมันเลยเปรียบเสมือน ลาวา ของภูเขาไฟ

ที่มันละลักล้นปะทุออกมาปากปล่องภูเขาไฟ แต่นั่นมันแค่สิ่งที่ปะทุออกมา แสดงออกมาให้เห็น สิ่งที่อยู่ภายในอันเป็นที่มาของความโกรธนั้น

สิ่งที่มันอยู่ลึกลงไปใต้ปล่องภูเขาไฟมีอีกมากมาย เช่น ความเสียใจ ความเจ็บปวด ความกลัว ความรู้สึกไม่มั่นใจ ความรู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรม

ความอิจฉาริษยา ความรู้สึกผิดหรือละอายใจ ความรู้สึกไม่มั่นคง ความผิดหวัง ความเคียดแค้นพยาบาท ความอาย ความรู้สึกไม่ถูกเคารพ

ความรู้สึกถูกปฏิเสธ ความกดดัน ความตื่นตระหนก ความรู้สึกถูกลดทอนตัวตน โดยการที่ไม่มีคนสนใจ หรืออาจบานปลายไปถึง ความรู้สึกตัวเองไม่มีค่า

ดังนั้น มันสรุปได้ว่า ความโกรธเป็นความรู้สึกที่เป็นผลซึ่งมันมาจากความรู้สึกที่เป็นเหตุอะไรบางอย่าง เพราะทุกความรู้สึกโกรธล้วนที่มีมาเสมอ

ในทางจิตวิทยา จะแนะนำว่าเวลาเราโกรธ ให้ค่อยๆ ตั้งสติ สติกับความโกรธเป็นของหักล้างกัน เหมือนน้ำกับไฟ

วิธีตั้งสติอย่างง่ายที่สุดในแบบจิตวิทยานะ คือการให้เวลากับมัน ไม่ต้องทำอะไร รอให้มันหายเอง เพราะจริงๆ แล้ว อารมณ์โกรธเราดับมันไม่ได้ครับ

มันจะเกิดขึ้นและดับไปตามของมันเอง อย่างเดียวที่เราทำได้คือตั้งสติ โดยการให้เวลากับมัน ซึ่งฟังดูเหมือนไม่ง่าย แต่จริงๆ ไม่ยากมากนะ

ให้เวลามันฟังดู เหมือนต้องนาน แต่จริงๆ แค่ 2-3 นาที ที่เรานิ่งเฉย และให้เวลากับมัน ความโกรธมันสามารถหายไปได้ 50-100% เลย

สำคัญ คือระหว่างการให้เวลานี้ ต้องควบคุมมัน แต่ก็อีกนั่นแหละ เราควบคุมความโกรธไม่ได้หรอก แต่เราควบคุมตัวเองได้ว่าจะมี Reaction

หรือResponse ตอบสนองความโกรธนั้นได้อย่างไร อย่างที่บอก มันแค่ 2-3 นาที ของความโกรธ ถ้านับเฉพาะตอนมันพีคๆ อาจแค่ไม่กี่วินาทีด้วยซ้ำ

บางคนขาดสติ ไม่ให้เวลากับมัน แปลงความรู้สึกเป็นการกระทำ อย่างที่ผมเคยเขียนไป อารมณ์เป็นของระยะสั้น แต่ผลของมันเป็นของระยะยาว

ความรู้สึกเป็นเรื่องชั่วคราว แต่การกระทำให้ผลถาวร นี่เป็นคติประจำใจไว้เตือนตนของผม เพื่อใช้ระงับอารมณ์โกรธของตัวเอง

เพราะพื้นฐานผมเป็นคนโมโหง่าย วีนเหวี่ยงง่ายมาก สำคัญสุดย้ำอีกครั้ง เวลาเราโกรธหรือโมโห ไม่ต้องไปทำอะไรมัน

แค่ให้เวลากับมันแค่ไม่กี่นาที และอย่าแปลงมัน อย่ายอมให้มันเหนี่ยวนำ ให้เกิดการกระทำใดๆ ทั้งนั้น เวลาโกรธ อย่าตัดสินใจอะไร

อย่าพูดอะไรกับใคร อย่ารับปาก หรือให้สัญญากับใคร อย่าพิมพ์อะไรส่งให้ใครหรือโพสต์หน้าฟีดก็ตาม พยายามอย่าแสดงภาษากายอะไร

บางทีสีหน้าเราฟัดเหวี่ยงโดยที่เราไม่รู้ตัว อย่ากระทั่งเดินไปไหน เราอาจเผลอเดินกระทืบเท้า จำง่ายๆ คือ อย่าทำอะไรเลย อยู่นิ่งๆ ให้เวลากับมันไปแค่นั้น

และเมื่ออารมณ์โกรธนั้นหายไป ในทางจิตวิทยา แนะนำว่า ค่อยสืบสาวราวเรื่องลงไปใต้ภูเขาไฟ หาที่มาที่ไปของความโกรธความโมโหนั้น

ว่ามันมีที่มาจากอะไรกันแน่ แล้วพยายามแก้ไขที่จุดนั้น ถ้าเราหาสาเหตุไม่เจอ มีโอกาสอย่างยิ่ง ที่เราจะเกิดความรู้สึกโกรธนี้ ซ้ำสอง

หรือกระทั่ง ซ้ำนับเป็นร้อยครั้ง เช่น เราแค้นคนๆ นี้อยู่ ความโกรธที่เป็นเหมือนลาวาปะทุมาจากความรู้สึกเคียดแค้น ที่อยู่ใต้ภูเขาไฟลึกลงไป

ถ้าเราไม่สามารถลงไปใต้ภูเขาไฟ แล้วให้อภัยกับความเคียดแค้นนี้ได้ มันจะเกิดต้นเหตุ เป็นเชื้อไฟสำคัญ ที่ทำให้โกรธทุกครั้งที่มีเหตุให้นึกถึง

สร้างความโกรธนับสิบ นับร้อย นับพันครั้ง จนไปถึงลมหายใจสุดท้ายของชีวิตเรา การลงไปแก้ไขต้นตอใต้ภูเขาไฟนั้น

สามารถใช้ได้ ทั้งความเชื่อทางศาสนา แทบทุกศาสนา มีกระบวนการ และคำสอนที่ช่วยเรื่องนี้ได้ หรือใช้กระบวนการทางจิตวิทยา ซึ่งมีหลากหลายมากๆ

เช่น counsellor, coaching, NLP, hypnosis, satir etc. คือมันมีเยอะมาก หลากหลายศาสตร์เลย

จริงๆ ความโกรธ และความสุขมันเชื่อมกันนะ เชื่อมกันแบบ two-way เลย เราสังเกตตัวเอง วันไหนที่เราไม่มีความโกรธอะไรเลย

วันนั้นเราจะโคตรมีความสุขมากๆ เบิกบานสุดๆ และกลับกัน ถ้าวันไหนเรามีความสุขมากๆ เราจะโกรธได้น้อยลง

เช่น เราถูกรางวัลที่หนึ่ง วันนั้นต่อให้ใครมาขับรถปาดหน้าเรา หรือพนักงานเสิร์ฟหน้าบึ้งใส่ เราจะยังเฉยๆ ไม่รู้สึกโกรธเลย

ความสุขกับความโกรธมันเชื่อมกันแบบนี้ สุขมาก ก็แปลว่ามีความโกรธน้อย สุขน้อย ก็แปลว่ามีความโกรธมาก อย่าหงุดหงิดฉุนเฉียวอะไรกันทั้งวันเลย

ถ้าเรารู้เช่นนี้แล้วจริงๆ แล้วถ้าเราเห็นใครชอบด่าทอว่าร้ายใคร เราควรสงสาร และเมตตาเขาด้วยซ้ำ เพราะเขาคงโกรธบ่อย และความสุขน้อย

ไม่มีคนดีๆ ที่มีความสุขมากๆ คนไหน ที่จะชอบด่าทอคนอื่นหรอก แปลว่าชีวิตเขาต้องทุกข์มากๆ เลย

บทความนี้หวังว่าทุกคนจะเข้าใจความโกรธมากขึ้น และให้เวลากับทุกความโกรธที่เข้ามาในชีวิต รวมถึงพยายามหาสาเหตุใต้ภูเขาไฟ

และแก้ไขมันให้หายไปอย่างถาวร เพื่อความสุขที่มากขึ้นอย่างยั่งยืนของชีวิตเรา ขอให้ทุกคนโกรธน้อยลง และมีความสุขมากขึ้นนะครับ

ที่มา : ธรรมะย่อยมาแล้ว