เคยได้ยินไหม ให้อภัย แต่ไม่กลับไปผูกมิตร

เคยได้ยินไหม ให้อภัย แต่ไม่กลับไปผูกมิตร

การใช้ชีวิตบนสังคมในสมัยนี้ ต่างคนต่างที่มา ต่างความคิด แน่นอนว่าธรรมชาติของมนุษย์

ไม่มีใครที่จะถูกใจเราร้อยเปอร์เซ็นต์ มันจะต้องมีเรื่องที่ไม่ชอบ เรื่องที่ชอบปะปนกันไปบ้าง

คนที่เขาไม่มีความสุข ไม่มีกรรม คือคนที่ไม่เกลียดใคร คนที่ไม่คิดแค้นใคร

ความทุกข์ที่เกิดขึ้น จะตกอยู่กับที่ คนเกลียดเคยได้ยินไหม กับคำพูดที่ว่า ให้อภัย แต่ไม่เข้าไปสุงสิงด้วย

เขาว่ากันว่า ใครให้อภัยก่อน ก็มีความสุขในชีวิตของตัวเองก่อน

แต่การให้อภัยนั้น ไม่ใช่ว่าเราจะเข้าไปสุงสิง เข้าไปตีสนิทด้วย เขาถึงมีคำพูดที่ว่าให้อภัยแต่ไม่เข้าไปสุงสิงด้วย

ต้องเข้าใจก่อนว่า การให้อภัยกับการให้โอกาสนั้น มันคนละส่วนกัน และมีความแตกต่างกัน

การให้อภัยมันคือการยกโทษทางจิตใจของเรา ในสิ่งที่เขาทำผิดต่อเรา ทำให้ความรู้สึกของเรามันเบาลง

ให้เรารู้สึกว่าเราให้อภัยเขาได้ เพื่อเป็นการปลดปล่อยความโกรธที่มีออกไปจากใจเรา

เพื่อที่จะให้จิตใจเรานั้นไม่เข้าไปยึดติดกับคำว่าโกรธกับคำว่าเกลียด

เป็นการปล่อยวาง ให้จิตใจของเรานั้นมีความสงบ และมีความสบายใจมากขึ้น

หากทำได้ มันจะดีกับตัวเรา เคยได้ยินไหม ยกโทษให้ แต่ไม่กลับไปคบ

ให้อภัยเขา เราสุข โกรธเขา เกลียดเขา เราก็ทุกข์เอง

ให้อภัย มันช่วยปลดปล่อยเราจาก ความทุกข์ และความแค้น

คนที่ทำได้คือคนที่ชนะไม่ใช่พ่ายแพ้ จริงๆ แล้วการให้อภัยกับการให้โอกาส เป็นคนละส่วนกัน

เราให้อภัยแต่ไม่ให้โอกาสได้ เพราะการให้อภัยคือการยกโทษทางจิตใจ

แต่การให้โอกาส ต้องมาพร้อมกับการพิสูจน์ตัวเองของคนทำผิด

ถ้าคนทำผิดไม่ได้กลับใจไม่ได้เสียใจ เราไม่จำเป็นต้องให้โอกาสเสมอไป และบางครั้งเขายังต้องรับโทษจากความผิดนั้น

แต่ส่วนของเรานั้น แค่ยกโทษให้เขา แล้วเดินหนีออกมา

เอาความสุขของเรากลับคืนมาใหม่เป็นของเรา การให้อภัย ทำให้เราได้ชีวิต และ ความสุขของเรากลับมาได้