เจ็บแล้วจำเป็นคนมีบุญ ถ้าเจ็บซ้ำๆ ไม่เคยจำ..เรียกว่าคนมีกรรม

เจ็บแล้วจำเป็นคนมีบุญ ถ้าเจ็บซ้ำๆ ไม่เคยจำ..เรียกว่าคนมีกรรม

บางครั้งความรักก็ไม่เหมือนในหนังสือนิทานที่ต้องจบแบบ Happy Ending เสมอไป

ชีวิตมักมีอุปสรรคให้เราก้าวข้ามผ่านเสมอ และหนึ่งในอุปสรรคหลักของช่วงวัยรุ่นก็คือ “ อกหัก ” นั่นเอง

เมื่อตกลงใจคบกันแล้ว ก็อยากจะรักกันไปนานที่สุด แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่คิดตรงกัน

ตัดฉับความสัมพันธ์ด้วยการนอกใจ ไม่มีเวลาให้ อ้างว่าไม่พร้อมจะดูแลใคร และพูดคำว่า ” เราเลิกกันเถอะ ”

แม้ไม่อยากจากก็ต้องโบกมือลา และยอมรับสถานะ ” คนอกหัก ” ที่เขามอบให้

ช่วงเวลานั้นเหมือนฟ้าผ่าลงมาต่อหน้า ร้องไห้เป็นชั่วโมงจนเผลอหลับไป

ตื่นมาก็ร้องต่อจนตาบวมเป่ง ยืนตากฝนเหมือนนางเอกมิวสิค

ร้องตะโกนไม่ได้ศัพท์เหมือนคนเสียสติ บางคนอาการหนักถึงขั้นคิดฆ่ าตัวต ายเลยทีเดียว

ทั้งหมดนี้เพราะเธอไม่รู้ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว ควรรับมือกับตัวเองอย่างไร

วันนี้เราจึงมีบทความ “ วิธีทำใจเมื่อต้องอกหักจากคนที่ไม่รักเรา ”

เพื่อแนะนำให้เธอก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ค่ะ ไปอ่านกันเลย

1. ระบายทุกอย่างออกมาให้หมด

ในช่วงแรก ไม่ต้องปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองหรอกนะ

ถ้าเธอเสียใจ เศร้า รู้สึกแย่ อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเลย

ปล่อยให้น้ำตาไหลมากเท่าที่เธอพอใจ อยากฉีกรูปคู่หวานแหววให้แหลก

ฟังเพลงเศร้าในเพลย์ลิสต์ติดต่อกันทั้งคืน ออกไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนสาว ตะโกนกรีดร้องก็ระบายออกมาให้หมด

คนส่วนใหญ่เมื่อต้องเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เศร้า โกรธ เครียด มักจะพยายามหนี

และหลีกเลี่ยงความรู้สึกตัวเองด้วยการทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ ไม่ว่าจะไปปาร์ตี้ ผับ ดื่มเหล้าให้เมามาย

หาหนุ่มคนใหม่ชั่วคราว หรือกินแหลกเพื่อลืมเขา การทำแบบนี้ระงับความเศร้าไว้ได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น

ไม่สามารถทำให้เธอปล่อยวางได้ในระยะยาว ยิ่งเวลาผ่านไปเธอจะยิ่งอาฆาตแค้นฝ่ายตรงข้ามมากขึ้นเรื่อยๆ

แล้วในที่สุดก็จะกลับมาสู่วงจรเดิมอีก วนลูปไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด ดังนั้น แสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ เลยดีกว่าค่ะ

2. ทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้

เมื่อเธอยอมรับและประมวลผลได้ว่า เธอกำลังเจ็บปวด โกรธแค้นสุดๆ จากการอกหักครั้งนี้

จงทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้เพื่อไม่ให้สมองเอาแต่คิดถึงเรื่องนั้น เช่น ใช้เวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อนสาว

ไปช้อปปิ้งให้แหลก สมัครเข้าคอร์สใหม่ๆ ที่ไม่เคยเรียน หรือไปออกกำลังกาย

ถ้ากำลังกายพร้อมก็ไปทำงานอาสาสมัคร กู้ภัยหรือทำความสะอาดสถานที่ต่างๆ

เธอจะเหนื่อยจนลืมคิดถึงเรื่องอื่นไปเลยแหละ ยิ่งเธอจมจ่อม เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง

อารมณ์เศร้าก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณ ทางที่ดีเบี่ยงเบนความสนใจตัวเองด้วยการทำเรื่องอื่นๆ ดีกว่า

คิดซะว่าเป็นโอกาสดีที่จะทำอะไรก็ได้ทำ ไม่ต้องมีผู้ชายมาคอยบังคับแล้ว

3. หยุดหวนคิดถึงช่วงเวลาเก่าๆ ได้แล้ว

บางครั้ง แม้เราจะทำเรื่องอื่นให้ลืมช่วงเวลาแย่ๆ ในระหว่างวัน

แต่เมื่อตกกลางคืน บรรยากาศเงียบและหม่นหมองเริ่มเล่นงาน

ใบหน้าของเขาก็โผล่ขึ้นมาในสมอง กว่าจะรู้ตัวเธอก็น้ำตาคลอเพราะคิดถึงช่วงเวลาที่เริ่มคบกันซะแล้ว

ความทรงจำดีๆ ในอดีตทะลักกันเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ในที่สุดก็เริ่มคิดหาต้นเหตุว่าเธอทำผิดที่ตรงไหน

ทำยังไงถึงจะกลับมาคบกันได้อีก ถ้าย้อนเวลาไปได้ เธอจะเอาใจเขามากกว่านี้

กระดาษทิชชู่ถูกดึงมาซับน้ำมูกน้ำตาจนหมดม้วน จนกระดาษล้นถังขยะหมดแล้ว

ความเป็นจริงก็คือ โลกนี้ไม่มีปุ่มย้อนเวลา เธอไม่สามารถย้อนอดีตไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วได้หรอก

จะมาฟูมฟายไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา จงเรียนรู้เพื่อนำมาเป็นบทเรียน

แต่อย่านำมาทรมานตัวเองค่ะ อาจจะต้องใช้เวลา แต่เวลาจะช่วยสมานหัวใจของเธอเอง

4. เขียนข้อเสียของเขาลงบนกระดาษ

การคบกับผู้ชายคนหนึ่ง สาวๆ ทุกคนมักคิดว่าแฟนตัวเอง “ เพอร์เฟกท์ ” ไปซะทุกเรื่อง

เมื่อความสัมพันธ์ไม่เป็นไปตามอุดมคติของเธอ จึงต้องเกิดการเลิกรา ดังคำที่ว่า “ เมื่อแรกรัก น้ำต้มผักก็ว่าหวาน ”

ความหลงใหลในตัวกันและกันทำให้เธอมองข้ามจุดด้อยและข้อเสียของฝ่ายตรงข้าม ถ้าเธอรู้สึกว่าตัวเอง “ โลกสวย ”

อย่างที่ว่ามาแล้วล่ะก็ ถึงเวลาที่ต้องไล่ข้อเสียของเขาแล้วล่ะ ก็แหม ถ้าเขาดีทุกอย่างจะเลิกกันเหรอ

ใช้เวลาคิดยาวๆ ว่านิสัยที่แท้จริงของเขาเป็นยังไง พฤติกรรมของเขาส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ยังไง

เมื่อเขียนข้อเสียหมดแล้ว ลองเขียน “ คุณสมบัติของผู้ชายในฝันที่เธอต้องการ ” เธออาจจะพบว่าโชคดีแล้วที่เลิกกับแฟนเก่าไปซะได้

5. นึกถึงความสัมพันธ์ครั้งใหม่

เมื่อถึงจุดที่เธอเริ่มทำใจได้แล้ว ( ระยะทำใจก็แล้วแต่คน บางคนก็เร็ว อาทิตย์เดียวก็เริ่มดีแล้ว แต่บางคนก็ใช้เวลาเป็นปีๆ )

ก็ถึงเวลาคิดถึงความรักครั้งใหม่ได้แล้วล่ะ! ทำใจให้สบาย ปิดโซเชียลทั้งหมด

ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง หายใจเข้าออกลึกๆ ลองคิดถึงความสัมพันธ์กับหนุ่มคนต่อไปว่าจะออกมาในรูปแบบใด

แน่นอนว่าต้องมีความสุขมากกว่าครั้งเก่าอยู่แล้ว การมองเห็นอนาคตตัวเองคร่าวๆ

ทำให้เธอตื่นเต้นในการแสวงหารักครั้งใหม่ เมื่อคิดไปเรื่อยๆ เธอจะเริ่มลืมคนเก่าไปทีละน้อย

จนทำใจได้อย่างสมบูรณ์ นั่นคือ เห็นตัวเองที่ไม่มีเงาของ “ เขา ” อยู่ในนั้นอีกต่อไป

6. จำไว้ว่า เธอไม่ได้อยู่คนเดียว

คนอกหักหลายคนคิดว่า ไม่มีใครสุดเศร้า เป็นนางเอกถูกกระทำไปมากกว่านี้อีกแล้ว

แต่ที่จริงเธอยังมีเพื่อนร่วมประสบการณ์อยู่อีกเยอะค่ะ เธอไม่ได้สิ้นหวังอยู่คนเดียว

ถ้าอยากหาคนปลอบใจและให้กำลังใจ คุณพ่อคุณแม่ เพื่อนๆ และคุณครูรอเธออยู่เสมอ

7. จำไว้ว่า ความเศร้าไม่ได้อยู่กับเธอตลอดไป

เป็นคนอกหักไม่ได้แย่เสมอไป เพราะเธอมี “ ความหลง ”

ซึ่งเป็นความรู้สึกที่รุนแรงของวัยรุ่น รักมากก็เศร้ามาก

ประหนึ่งว่าเขาเป็นผู้ชายคนสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลกนี้

แต่ความจริงคือยังมีผู้ชายอีกเป็นร้อยเป็นพันที่เธอจะเริ่มต้นรักครั้งใหม่ในอนาคต

อย่าทำให้ผู้ชายคนเดียวรั้งเธออยู่กับอดีตแย่ๆ และตัดใจไม่ได้สักที มั่นใจในตัวเองและก้าวต่อไปข้างหน้า เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นนะคะ

8. เรียนรู้ข้อผิดพลาดตัวเองและนำมาปรับปรุงแก้ไข

ให้กำลังใจตัวเองเมื่อต้องอกหัก บางครั้งเราก็มองความรักจากมุมของตัวเองเพียงข้างเดียว

เธอคิดว่าทำไมเขาถึงนอกใจ ไม่ทำนู่นทำนี่ให้ ทำไมลืมวันครบรอบคบกัน ทำไมโทรเรียกแล้วไม่มาหา

ซึ่งความจริงแฟนของเธออาจติดธุระด่วนหรือเฝ้าแม่ที่ป่วยอยู่โรงพยาบาลก็ได้

เหรียญมีสองด้านเสมอแล้วแต่จะมองมุมไหน ถ้ามองว่าเขาไม่สนใจ

เธอก็เป็นนางเอกน่าสงสาร ถ้ามองในมุมเขา เธอก็เป็นนางมารร้ายเลยทีเดียว

แม้เธอจะไม่สามารถกลับมาคืนดีกับเขาได้แล้ว ก็จงเรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง

และนำมาปรับปรุงกับคนรักใหม่ในอนาคตนะคะ เพื่อให้รักครั้งหน้าเป็นรักครั้งสุดท้ายค่ะ

ไม่ว่าเธอจะมีเพื่อน คนรู้จักใกล้ตัวที่อกหักจากแฟน อยากปลอบใจคนอกหักและให้กำลังใจดีๆ

หรือเธอเป็นฝ่าย ” อกหัก ” ซะเอง ก็สามารถใช้วิธีข้างต้นที่กล่าวมาได้ทั้งนั้น

อันที่จริงการอกหักเป็นความอ่อนแอของจิตใจ ไม่มีใครช่วยให้หายได้ยกเว้นเจ้าตัวเอง

ข้อความให้กำลังใจประโยคไหนๆ ก็คงไม่ได้ผลถ้าไม่สามารถปลงและปล่อยวางจากผู้ชายคนนั้น

หากคนเราไม่ได้เกิดมาคู่กัน ดวงไม่สมพงษ์กัน ก็ต้องจากกันไป หลายครั้งที่การเลิกราไม่มีใครผิดหรือถูก

แค่จังหวะชีวิต รสนิยมส่วนตัวไม่ตรงกันเท่านั้นเอง จงก้าวต่อไปเพื่อรักครั้งใหม่

บางทีอาจได้เจอความสุขที่แท้จริงกับหนุ่มคนใหม่ก็ได้นะเออ แล้วเจอกันใหม่บทความหน้านะคะ