เทคนิคสยบลูกน้อยจอมซน คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่

เทคนิคสยบลูกน้อยจอมซน คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่

เด็กกับความดื้อเป็นของคู่กัน เด็กที่ไม่ดื้อเลยอาจน่าเป็นห่วง นั่นเพราะเด็กยังทำทุกอย่างตามใจตัวเอง

โดยไม่รู้ว่าถูกหรือผิด แถมเด็กกำลังพัฒนา “ความเป็นตัวของตัวเอง” จึงไม่อยากทำตามที่ผู้ใหญ่สั่งหรือบอกให้ทำ

มีบางครั้งที่เด็กก็ดื้อจนแปลงร่างเป็นปิศาจตัวน้อย ที่วีนเหวี่ยง แถมยังได้ผลดี

วิธีรับมือลูกน้อยที่เด็ดขาดและรุนแรง เช่น ตี ดุด่าว่ากล่าว ประชดประชัน เป็นต้น

นอกจากจะไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกได้แล้ว ยังกัดเซาะความสัมพันธ์ระหว่างลูกกับพ่อแม่

และยังอาจทำลายความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า (Self-esteem) ของลูก ดีไม่ดีลูกก็อาจต่อต้านและนำวิธีที่รุนแรงไปใช้กับคนอื่น

วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้กันทุกท่านเลยนะคะ นั่นก็คือวิธีนี้เลยค่ะ

Time-in & Time-out วิธีที่ได้ผล โดยไม่ทำร้ายจิตใจ

Time-in เป็นการช่วยให้เด็กสงบสติอารมณ์โดยมีพ่อแม่อยู่ข้างๆ เขา

ช่วยปลอบประโลมให้เขาสงบลง แนะนำให้ใช้วิธีนี้เวลาที่ลูกหงุดหงิด

หรือผิดหวังแล้วอาละวาด หรือโวยวาย เพื่อให้ลูกรับรู้ว่าพ่อแม่ยอมรับความรู้สึกที่ไม่ดีของเขา

และพร้อมที่จะช่วยให้เขาสงบลงได้เวลาที่เกิดปัญหา การ Time-in เป็นการแสดงออกถึงความรักของพ่อแม่

ที่ยอมรับทุกอารมณ์ทุกความรู้สึก ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี (เช่น โกรธ เสียใจ ผิดหวัง)

และคอยช่วยให้เขาแสดงออกอย่างเหมาะสมแทนการวีน เหวี่ยง อาละวาด

โดยใช้เทคนิค “เป็นโค้ชทางอารมณ์” ช่วยให้ลูกตระหนัก รับรู้ว่า ตอนนี้เขากำลังรู้สึกอย่างไร และอะไรที่ทำให้รู้สึกอย่างนั้น

และจะจัดการกับความรู้สึกนั้นอย่างเหมาะสมได้อย่างไร ตัวอย่างเช่น ลูกอาละวาดโวยวาย

ที่น้องอายุ 2 ขวบมาถล่ม “ตึกสูง ผลงานมาสเตอร์พีซของเขา” พ่อแม่อาจพูดว่า “ลูกโกรธมากๆ ที่ตึกพัง

หนูอยากให้พ่อแม่ช่วยอะไรมั้ย” แล้วหยุดเพื่อให้ลูกได้พูดบอกความรู้สึก

หรือสิ่งที่เขาคิด เช่น “หนูจะตีน้อง” หรือ “แม่เอาน้องไปทิ้งขยะเลย”

เมื่อลูกพูดสิ่งที่เขาคิดแล้ว พ่อแม่จึงตีกรอบพฤติกรรมที่เหมาะสมให้เขา

เช่น “หนูโกรธน้องมากจนอยากตีน้อง แต่แม่คงปล่อยให้หนูตีน้องไม่ได้

หนูให้พ่อแม่ช่วยอย่างอื่นได้มั้ย เพื่อทำให้หนูรู้สึกดีขึ้น” เป็นต้น

Time-out เป็นวิธีที่ใช้เวลาที่ลูกมีพฤติกรรมที่ “ต้องหยุด” เช่น ตื๊อ ร้องไห้คร่ำครวญ เถียง ขว้างปาข้าวของ

หรือตีตนเอง/คนอื่น วิธีนี้นอกจากจะให้เวลาลูกได้สงบสติอารมณ์ของตัวเองแล้ว ยังป้องกัน “วงจรอุบาทว์”

ระหว่างลูกกับพ่อแม่ “ตื๊อ อธิบาย ตื๊อต่อ อธิบายเหมือนเดิม ตื๊อๆ

แม่หงุดหงิดและขึ้นเสียงดัง หรื ทำ เสียงแข็ง-ตื๊อหนักขึ้น เถียงมากขึ้น อาจลงท้ายด้วยการตี ดุด่า หรือยอมตามใจแต่ก็บ่นว่า”

ก่อนที่จะ Time-out ลูก ควรส่งสัญญาณเตือนให้ลูกรู้ว่า “หยุดได้แล้วนะ” ด้วยการนับ 1-3

โดยจะเตือนเฉพาะพฤติกรรมที่ไม่รุนแรง หากลูกตี หรือขว้างปาข้าวของ พ่อแม่สามารถ Time-out ได้ทันที

การนับ 1 2 3 ควรเว้นเวลาสัก 5 วินาที เพื่อให้เวลาลูกตัดสินใจ หากลูกยังไม่หยุด

และพ่อแม่นับครบ 3 ก็พาลูกไปอยู่ในพื้นที่ที่เตรียมไว้ เช่น มุมห้อง หรือเก้าอี้ของเขา

โดยไม่ควรอยู่ใกล้ระเบียง ของมีคม หรือสิ่งอันตรายต่างๆ และไม่ควรมีของเล่น

หรือสิ่งที่ทำให้เด็กเพลิดเพลิน แทนการนั่ง “ทบทวนตัวเอง” เมื่อลูกนั่งเข้ามุม

หรือเก้าอี้จนครบเวลา (1 นาทีต่ออายุ 1 ปี เช่น 3 นาทีสำหรับเด็กอายุ 3 ขวบ)

พ่อแม่จึงปล่อยให้เขากลับไปทำ สิ่งที่ทำอยู่ก่อนหน้านี้ได้ โดยพ่อแม่ไม่ควรพูดบ่น

สั่งสอน หรือดุว่าอะไรต่อ และวิธีนี้สามารถใช้ได้ผลในเด็กอายุ 2-12 ปี

มีหลักใหญ่ๆ 3 ข้อ ที่พ่อแม่ควรทำ หากจะใช้วิธีนี้ปรับพฤติกรรมลูกให้ได้ผล คือ

1. มีช่วงเวลาที่ดี มีความสุขกับลูก เป็นพ่อแม่ที่อบอุ่น และเป็นมิตร

2. เมื่อต้องใช้วิธีนี้ ต้องเป็นพ่อแม่ที่ “หนักแน่น มั่นคง”

3. ไม่พูดมาก ไม่ใช้อารมณ์ ขณะใช้การนับเพื่อ Time-out

คุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่กําลังเจอกับปัญหานี้อยู่ ลองนําวิธีนี้ไปใช้ดูกันได้เลยนะคะ

เพื่อความรักความผูกพันธ์ในครอบครัว เราจําเป็นต้องใส่ใจกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ และแกไขไปพร้อมๆ กันค่ะ