เทวดาตกนรก เพราะกรรมริษยา

เคยสงสัยไหมว่า เทวดามีสิทธิ์ตกนรกเหมือนมนุษย์หรือไม่ บอกได้ค่ะว่า มีสิทธิ์ไม่ต่างจากมนุษย์ ขอยกเรื่องเล่า เทวดาตกนรก

มาเล่าสู่กันฟังจากหนังสือเรื่อง “เปลี่ยนเจ้ากรรมนายเวรให้เป็นมิตร” มาฝากค่ะ ในศาสนาของพระพุทธเจ้ากัสสปะ

ซึ่งอุบัติก่อนหน้าศาสนาของพระพุทธจ้าองค์ปัจจุบัน มีพระสาวก 2 รูป อยู่จำพรรษาด้วยกัน รูปหนึ่งเป็นมหาเถระ พระผู้ใหญ่

ที่บวชตั้งแต่ 20 พรรษาขึ้นไป และอีกรูปหนึ่งเป็นพระอนุเถระ พระผู้น้อย บวชได้ 10 พรรษา แต่ไม่ถึง 12 พรรษา

ทั้งสองรูปต่างคุ้นเคยสนิทสนมเอื้ออาทรเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน แต่เมื่อเทวดาองค์หนึ่งรู้เห็นวัตรปฏิบัติของท่าน กลับเกิดจิตริษยา

จึงหาโอกาสทำให้ท่านทั้งสองแตกกัน เจตนาร้ายของเทวดาสำเร็จลงในวันอุโบสถ หรือวันพระใหญ่ ขณะที่พระมหาเถระ และพระอนุถระ

กำลังเดินทางไปยังวัดแห่งหนึ่ง เพื่อฟังการสวดพระปาติโมกข์ ซึ่งเป็นสังฆกรรมที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ให้พระสาวกทำร่วมกัน

ระหว่างทางพระอนุเถระเกิดปวดปัสสาวะ ท่านจึงบอกพระมหาเถระให้คอยอยู่ข้างทางก่อน ส่วนตัวท่านเองหลบเข้าไปถ่ายปัสสาวะริมพุ่มไม้

เทวดาเจ้าริษยาติดตามพระเถระทั้งสองรูปมาตลอดทาง เมื่อเห็นโอกาสที่จะทำลายความสามัคคีได้ จึงเนรมิตกายทิพย์ให้เป็นกายหยาบ

แล้วแปลงกายเป็นหญิงสาวเดินตามหลังพระอนุเถระออกมาจากริมพุ่มไม้ที่ท่านเข้ไปถ่ายปัสสาวะ พร้อมทั้งแสดงกิริยาอาการจัดมวยผม

และจัดผ้านุ่ง ส่อไปในทางที่ทำให้พระมหาเถระที่คอยอยู่เข้าใจผิดว่าพระอนุถระกับเธอได้ทำสิ่งบัดสีด้วยกัน จากนั้นเทวดาจอมริษยาก็หายวับไป

ปล่อยให้พระเถระทั้งสองมีเรื่องขัดใจกันอย่างรุนแรง “ท่านศีลขาดแล้ว” สิ้นเสียงต่อว่าของพระมหาเถระ พระอนุเถระก็รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาด

จึงย้อนถามอย่างมึนงงว่า “ทำไมหลวงพี่พูดอย่างนั้นเล่าครับ” “ก็เห็นทนโท่ว่ามีหญิงสาวเดินตามท่านออกมาจากพุ่มไม้ แถมยังจัดผ้าจัดผมยุ่งเหยิงไปหมด”

พระมหาเถระยังคงเสียงแข็ง แม้พระอนุเถระจะพยายามพูดชี้แจงอย่างไร แต่พระมหาเถระก็ไม่ยอมเข้าใจ และสุดท้ายก็ปฏิเสธ ไม่ขอร่วมสังฆกรรมด้วย

ในที่สุดมิตรภาพอันยาวนานก็ขาดสะบั้นลง แม้จะสมความปรารถนาในแผนการอันเป็นบาป แต่เทวดากลับไม่มีความสุขที่แท้จริง เพราะบาปหนัก

ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการทำร้ายผู้มีศีลให้แตกสามัคคีกัน แม้เวลาจะล่วงเลยมานาน แต่ความสำนึกผิดก็คอยตามหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา

ในที่สุดเมื่ออดรนทนไม่ไหว เทวดาจึงปรากฎตัวเพื่อเล่าความจริงให้พระมหาเถระทราบ แม้พระเถระทั้งสองจะยอมร่วมทำอุโบสถร่วมกันอีกครั้ง

แต่กระนั้นท่านทั้งสองก็มิได้มีไมตรีจิตต่อกันเหมือนเช่นเคย ต่อมาพระเถระทั้งสองรูปมรณะภาพแล้ว ต่างก็ไปเกิดในสวรรค์

ส่วนเทวดาผู้กิเลสหนาจุติแล้วไปเกิดในอเวจีนรกจนสิ้นพุทธันดร