เปรียบเทียบการเป็นลูกจ้างและการเป็นนายตัวเอง

เปรียบเทียบการเป็นลูกจ้างและการเป็นนายตัวเอง

ทุกอย่างย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่ว่าคุณจะเลือกเป็นลูกจ้าง หรือเป็นนายตัวเองก็ตาม

ถ้าคุณมีการวางแผนการใช้จ่าย การออมเงินอย่างดี รับรองได้ว่าคุณจีสภาพคล่องทางการเงิน

ได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุดแน่นอนค่ะ และไม่ว่าจะทำงานแบบไหนก็ขอให้เป็นสิ่งที่คุณทำแล้วมีความสุข

มีรายได้เพียงต่อการใช้ชีวิตก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีนะคะ แต่ใครที่มีความสามารถพิเศษ

อาจจะเลือกทำทั้งสองอยางก็ได้นะคะ เดี๋ยวนี้มีถมเถไป ที่ทำงานเป็นลูกจ้างด้วยและหาโอกาสสร้างธุรกิจเองไปด้วย

การที่คุณทำงานเป็นลูกจ้างคุณอาจจะไม่ต้องใช้พื้นที่ในสมองมากเกินไปนัก

เพราะคุณจะมีรายได้ที่สม่ำเสมออาจจะมีบ้างที่รายได้นั้นจะได้มากขึ้น

หรือน้อยลงก็ขึ้นอยู่กับการทำงานของคุณและสถานการณ์ของบริษัท

ซึ่งอาจจะส่งผลต่องเงินของคุณไปบ้างหรือส่งผลต่อรายจ่ายของคุณด้วยแต่คงไม่ใช่วงกว้างสักเท่าไหร่

เมื่อเทียบกับความรับผิดชอบของงานและเงินของคนที่มีฐานะเป็นเจ้าของบริษัท

หรือเจ้าของธุรกิจนั้นๆ เรามาดูข้อดีโดยละเอียดของการทำงานเป็นลูกจ้างกันค่ะ

1. รายได้ที่มั่นคงแน่นอนสม่ำเสมอ

นี่อาจจะเป็นข้อดีที่เด่นๆ ของการทำงานประจำเลยก็ว่าได้ที่ชนะทุกรูปแบบของการทำงานอื่นเลย

ใครๆ ก็อยากได้รับความมั่นคงและความแน่นอนในชีวิตกันอยู่แล้ว การทำงานแบบนี้จะทำให้ทุกๆ เดือน

คุณจะได้รับเงินในจำนวนที่แน่นอนทำให้คุณสามารถวางแผนจัดการกับเงินของคุณได้ดี

ไม่ต้องปรับเปลี่ยนแผนบ่อยๆ ซึ่งก็อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนบ้างแต่ไม่บ่อยนัก

และรายได้ที่คุณจะได้มานั้น คุณไม่ต้องเครียดเลย ไม่ว่าบริษัทที่คุณทำงานอยู่นั้น

จะต้องเจอกับสถานการณ์ที่ได้กำไรหรือขาดทุน ส่วนมากแล้วปัญหาเหล่านี้

ก็มักไม่กระทบต่อรายได้ของคุณสักเท่าไหร่ นอกจากเรื่องใหญ่จริงๆ เช่น บริษัทจะล้มละลายอะไรแบบนั้น

2. มีตารางการทำงานต่อสัปดาห์ที่แน่นอนรวมถึงวันหยุดด้วย

โดยส่วนมากแล้วการทำงานเป็นลูกจ้าง หรือการทำงานประจำนั้นก็มักจะทำงาน 5-6 วันต่อสัปดาห์

และมีวันหยุดให้ 1-2 วัน และวันหยุดก็มักจะเป็นวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ และทำงานต่อวันใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง

หรืออาจจะมากกว่านั้นแต่ถ้านานกว่านั้นคุณก็จะได้เงินพิเศษที่เรียกว่าการทำงานโอทีนั่นเอง

การที่มีตารางการทำงานที่แน่นอนแบบนี้ช่วยให้คุณวางแผนการใช้เวลาได้ดีด้วย

ไม่ว่าจะวางแผนไปเที่ยวในวันหยุด วางแผนกลับบ้านที่ต่างจังหวัด

หรือทำอะไรอย่างอื่นๆ เพราะวันทำงานและวันหยุดเป็นที่แน่นอน

3. มีสวัสดิการที่ดี

ถ้าการเป็นลูกจ้างของคุณ คุณได้ทำงานในบริษัที่ใหญ่ๆ ก็มักจะมีสวัสดิการในการดูแลพนักงานเป็นอย่างดี

เช่น ค่าประกันสังคม ค่ารักษาพยาบาล ค่าอาหารมื้อกลางวัน ค่าโบนัส หรือเงินพิเศษจากผลงานการทำงานที่ดี

และยังมีสวัสดิการอื่นๆ อีก เช่น ค่าการศึกษาของลูกๆ ค่าทำคลอกบุตร และวันหยุดวันลาสำหรับใครที่คลอดบุตรก็มีนะคะ

ซึ่งสวัสดิการเหล่านี้ เป็นการทำให้พนักงานนั้นรักสถานที่ๆ ตนทำงานอยู่มากขึ้น

และเมื่อถึงเวลาทำงานก็จะทุ่มเทมากขึ้น ซึ่งได้ประโยชน์กันไปทั้งสองฝ่าย

4. ไม่ต้องรับผิดชอบมาก

คุณก็แค่รับผิดชอบงานในส่วนที่คุณรับผิดชอบเท่านั้น งานอื่นๆ นอกเหนือจากนั้น

ถ้าเจ้านายไม่สั่งก็ไม่เกี่ยวกับคุณ ช่วยให้เรามีพื้นที่ในสมองให้คิดเรื่องอื่นได้อีกเยอะ

คือเราจะไม่มีความเครียดมากเหมือนกับคนที่เป็นเจ้าของกิจการหรือเจ้าของบริษัทเอง

และเมือ่เกิดความผิดพลาดในส่วนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ส่วนงานของคุณคุณก็ไม่ต้องมาแบกรับความผิดพลาดนั้น

ส่วนมากบริษัทก็จะมีการมอบหมายหน้าที่การทำงานที่ชัดเจนแน่นอนว่าใครทำอะไรอยู้แผนกไหนค่ะ

5. มีสังคมที่เหมือนครอบครัว

การทำงานเป็นลูกจ้างเราจะมีเพื่อนร่วมงานที่ต้องทำงานร่วมกันเอยะอยู่เหมือนกันค่ะ

ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ทำงานหน้าที่เดียวกัน หรือต่ำแหน่งที่ต่ำกว่า หรือมากกว่าเราที่เราต้องให้ความเคารพนับถือ

ดังนั้นการทำงานเป็นลูกจ้างก็ฝึกฝนเราให้เข้ากับคนอื่นได้ดีไม่ว่าอยู่ในฐานะแบบไหนเพราะมีความหลากหลายมาก

ต่างคนต่างที่มามากกว่าการที่เราทำงานเป็นนายตัวเองค่ะ ยิ่งถ้าเป็นการทำงานในโรงงานใหญ่ๆ

ที่มีพนักงานเป็นร้อยเป็นพันคน และต้องเจอกันเกือบทุกวัน

ส่งผลให้มีความสนิทสนมกันมากๆ นี่ก็เป็นข้อดีที่ทำให้เราเข้ากับคนอื่นได้ง่ายมากขึ้น

การทำงานเป็นนายตัวเองหลายคนอาจจะเริ่มมาจากการทำงานเป็นลูกจ้างมาก่อน

แต่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองและพยายามหาโอกาสที่จะทำให้สำเร็จให้ได้

ซึ่งการทำงานเป็นนายตัวเองนั้นจะช่วยให้คุณมีโอกาสร่ำรวยได้มากกว่าการทำงานเป็นลูกจ้างไปตลอดชีวิต

และมีเงินเก็บก้อนใหญ่ได้เร็วกว่าด้วยถ้าคุณเกิดโชคดีในการลงทุนขึ้นมา เรามาดูข้อดีก่อนตัดสินใจเลือกการทำงานแบบนี้กันค่ะ

1. มีอิสระในการทำงานและเวลา

เพราะตัวคุณเองที่เป็นเจ้านายตัวเองจึงไม่มีใครมากำหนดอะไรต่อมิอะไรให้คุณ

คุณสามารถกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างเองได้ว่าจะทำงานเวลาไหนพักตอนไหนหยุดตอนไหน

แล้วแต่ความสะดวกของคุณได้เลยค่ะ และเลือกสถานที่ในการทำงานของตัวเองได้ตามสบายใจได้เลยด้วย

การทำงานเป็นนายตัวเองนี้ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นการลงทุนเปิดธุรกิจหรือกิจการที่ใหญ่โตอะไรเท่านั้น

แต่การใช้ความสามารถทำงานเล็กน้อยที่บ้านแต่สร้างรายได้ให้กับคุณได้มากเท่ากับการเป็นลูกจ้างถือว่านั่นเป็นการทำงานที่ดีได้ด้วยค่ะ

2. มีการตัดสินใจและออกความคิดเห็นมากกว่า

ไม่ว่าคุณจะมีไอเดียแบบไหนก็สามารถเอาออกมาใช้ได้ทั้งหมด

เพราะนี่คืองานของคุณ ถึงแม้อาจจะต้องขอความคิดเห็นจากคนอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย

แต่ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นความคิดของคุณมากที่สุด ทำให้คุณมีความรักงานนั้นมากกว่า

ไม่ต้องคอยมีใครมาสั่งว่าคุณต้องคิดแบบนั้นแบบนี้ คุณจะไม่มีความอึดอัดใจใดใดเลย

คุณสามารถลงไอเดียของคุณกับงานได้อย่างเต็มที่

ดังนั้น คนที่มีความฝันและอยากจะแสดงออกมาทางผลงาน ก็มักจะชอบการทำงานเป็นนายตัวเองซะมากกว่า

3. มีอิสรภาพทางการเงินได้เร็วกว่า

เมื่อธุรกิจที่คุณทำมันได้ผลดีก็ทำให้คุณได้กำไรที่มาก คือมีรายรับต่อเดือนต่อปีที่มากกว่าคนที่ทำงานเป็นลูกจ้าง

จึงทำให้คุณมีอิสระทางการเงินได้มากกว่า คุณจะมีโอกาสทางการเงินในการลงทุนอื่ๆ เพิ่มขึ้น

หรือทำงานที่คุณลงทุนไปด้วยความรัก ในระยะเวลานาน ก็สามารถเป็นคนร่ำรวยได้ไม่ยากค่ะ