(เรื่องนี้…เตือนสติดีมาก) อย่าทิ้งคนที่ดีอยู่แล้ว เพื่อไปคว้าคนที่คิดว่าจะดีกว่า

(เรื่องนี้…เตือนสติดีมาก) อย่าทิ้งคนที่ดีอยู่แล้ว เพื่อไปคว้าคนที่คิดว่าจะดีกว่า

วันนี้มีเรื่องเล่าของคู่รักคู่หนึ่ง ที่อยู่กันมานาน

โดยเริ่มแรกนั้น สามีทำงานเป็นช่างปูนในชนบท เมื่อทำงานได้ระยะหนึ่งก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นมา

“เป็นหัวหน้าช่างปูน” หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ก่อตั้งเป็นบริษัท รับเหมาก่อสร้างขึ้นมาเป็นของตัวเอง

และต่อมาบริษัทก่อสร้างของเขาก็ได้กลายเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงใหญ่โตพอสมควร

ได้พบปะสังสรรกับคนและสังคมมากขึ้น และสิ่งนี้คือจุดเริ่มต้นที่กลายเป็นจุดเปลี่ยน

และเกิดสิ่งยั่วยุ ในใจของเขาเมื่อกลับมาบ้านเขามองรูปร่างและลักษณะภรรยาของเขา ก็รู้สึกเหนื่อยหน่าย

คิดถึงแต่อดีตในช่วงชีวิตที่ลำบากยากจนมา และคิดว่าชีวิตคู่ของทั้งสองควรจะยุดลงได้แล้ว

เขาจึงฝากเงินในบัญชีให้กับภรรยา ของเขา 100 ล้านหยวน

ซึ่งเขาคิดว่าเพียงพอต่อการซื้อบ้านใหม่ในเมือง เขาได้วางแผนชีวิตให้กับของภรรยาไว้

เพราะหากเขาไม่ทำแบบนี้แล้ว เขาจะรู้สึกแย่ และรู้สึกว่าเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ

เขาไม่ต้องการให้ภรรยาต้องลำบากเมื่อเขาขอแยกทางกัน สุดท้ายเขาก็ได้มาพูดคุยกับภรรยา เธอยอมรับ

และรับฟังข้อเสนอด้วยแววตาที่สงบอ่อนน้อมถ่อมตน เมื่อถึงกำหนดเวลาที่ต้องย้ายออกจากบ้าน ในช่วงบ่ายโมง

เขาบอกภรรยาว่า จะกลับมาช่วยภรรยาย้ายของ และเป็นการจบการใช้ชีวิตที่อยู่ร่วมกันมา 20 ปี

ตลอดช่วงเช้าเขาทำงานด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น เพราะว่ารีบกลับบ้าน เมื่อมาถึงบ้านก็พบว่าภรรยาไม่อยู่ที่บ้านแล้ว

พบเพียงแต่กุญแจบ้าน พร้อมกับสมุดบัญชี ที่เขาฝากเงินให้จำนวu 100 ล้านหยวนวางไว้

พร้อมจดหมายที่เขียนว่า “ฉันไปแล้วนะ” ฉันจะกลับไปอยู่บ้านกับแม่ ผ้าปูเตียงซักเสร็จ

และตากแห้งหมดแล้ว พับเก็บไว้ให้ที่ห้องแต่งตัวมุมขวาของตู้เวลาอากาศหนาว อย่าลืมเอาออกมาใช้

ส่วนเสื้อเชิ๊ตแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้า ถุงเท้า และเข็มขัดเก็บไว้ชั้นล่างของตู้เสื้อผ้านะคะ

หลังจากที่ฉันไปแล้วอย่าลืมกินยา กระเพาะด้วยนะคะ คุณไม่ค่อยดี ฉันให้เพื่อนซื้อยาไว้ให้ คุณน่าจะพอกินถึงครึ่งปี

และยังมีอีกเรื่อง คุณชอบลืมกุญแจบ้านเป็นประจำฉันเลยฝากกุญแจสำรองไว้ที่ป้อมยาม

ถ้าลืมก็ไปเอาที่ป้อมยามได้ ในตอนเช้า ก่อนออกไปทำงานอย่าลืมปิดหน้าต่าง

เพราะถ้าฝนตกจะสาดเข้าบ้านทำให้พื้นบ้านเปียกและเสียได้ ฉันทำเกี๊ยวที่คุณชอบไว้ให้อยู่ในห้องครัว

กลับมาก็ต้มกินเองได้นะ ป.ล. “ด้วยรักแล้วห่วงใยเสมอ”

ลายมือของเธอในจดหมาย เขียนได้แย่มาก แต่ตัวหนังสือทุกตัวแสดงถึงความจริงใจสุดซึ้ง

และทำให้เขารู้สึกเจ็บตรงหัวใจ เขานั่งมองเกี๊ยวที่เธอห่อเก็บไว้ให้เขา ทำให้นึกถึงเมื่อ 20 ปีก่อน

นึกถึงช่างปูนจนๆ คนหนึ่ง นึกถึงเสียงสับผักที่เตรียมห่อเกี๊ยวให้เขา ทำให้เขามีความสุข

และสัญญากับตัวเองไว้ว่า “ฉันจะต้องทำให้ผู้หญิงคนนี้มีความสุขที่สุด”

(เมื่อคิดได้ก็รีบขับรถไปตามหาภรรยาทันที) และได้เจอเธอรอรถอยู่ที่สถานีรถไฟ

ร่างกายเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ และพูดออกไปว่าคุณจะไปไหน ?

ผมเพิ่งเลิกงาน เหนื่อยมาทั้งวัน กลับบ้านยังไม่ได้กินข้าว หน้าที่ภรรยาเขาทำกันแบบนี้หรือไง

“ตามผมกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ” เมื่อเธอได้ฟังก็น้ำตาคลอ ค่อยๆ ลุกขึ้นและเดินตามหลังเขาไป

จากรอยน้ำตากลายเป็นรอยยิ้ม แต่เธอไม่รู้ว่าผู้ชายที่เดินอยู่ด้านหน้าตอนนั้นร้องไห้หนักมากขนาดไหน

ขณะที่เขาขับรถตามหาเธออยู่นั้น เขากลัวว่าจะหาเธอไม่เจอ กลัวว่าจะต้องสูญเสียเธอไปตลอดชีวิต

เขาได้แต่ด่า และโทษตัวเองว่า ทำไมถึงคิดไม่ได้ ทำไมถึงทิ้งผู้หญิงที่เขารักมาก

ผู้หญิงที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา 20 กว่าปี ที่กลายเป็นอีกส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้

“ความสุขที่แท้จริง” ไม่ใช่จำนวuเงินในสมุดบัญชี แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่รักต่างหาก

เมื่อคุณได้มีความรัก และพบกับคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณ ไม่ว่าจะเวลาสุขหรือเศร้าแล้ว

คุณก็ควรที่จะดูแลใส่ใจให้ความสำคัญกับเขาคนนั้นมากๆ สิ่งใหม่ๆ อาจทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้น

แต่สิ่งที่จะทำให้คุณสงบ และสบายใจได้ ก็คือคนที่พร้อมจะอยู่ข้างคุณทุกเวลานั่นเอง

“อย่าทิ้งคนที่ดีอยู่แล้ว เพื่อจะไปคว้าคนที่คิดว่าจะดีกว่า”