เรื่องเล่าเตือนสติ ทนได้ก็ถูกกราบไหว้ ทนไม่ได้ก็โดนเหยียบย่ำ

เรื่องเล่าเตือนสติ ทนได้ก็ถูกกราบไหว้ ทนไม่ได้ก็โดนเหยียบย่ำ

ช่างแกะสลักคนหนึ่ง ต้องการหิน เพื่อนำมาแกะสลักพระพุทธรูป จึงได้ออกเดินทางตามหาหินที่ดูสวยงาม

และแข็งแรง เพื่อนำมาแกะเป็นองค์พระพุทธรูป ช่างได้ตามหาหินอยู่หลายวัน จึงพบหินใหญ่สองก้อน

ทำการขนกลับมาที่บ้าน เช้าวันรุ่งขึ้นช่างแกะสลักได้ลงมือแกะสลักหินทั้งสองก้อน

โดยช่างแกะสลักได้เดินไปที่หินก้อนแรกแล้วถามว่า ข้าจะแกะเจ้าเป็นให้เป็นพระพุทธรูป

เจ้าต้องการไหม หินก้อนแรกก็ตอบว่าได้ ช่างแกะสลักจึงได้เริ่มลงมือแกะสลักหิน ตอกไปหนึ่งครั้ง

หินก็ร้องโอ๊ย สองครั้งสามครั้งก็โอ๊ยๆ ๆ จนเจ้าหินก้อนแรกก็บอกว่า ข้าไม่ไหวแล้วมันเจ็บข้าทนไม่ได้หรอก

เมื่อได้ยินดังนั้นช่างแกะสลักก็เดินไปที่หินก้อนที่สอง แล้วถามเหมือนกันว่า ข้าจะแกะเจ้าเป็นให้เป็นพระพุทธรูป

เจ้าต้องการไหม หินก้อนที่สองตอบว่า ได้…!! ช่างแกะสลักก็ลงมือแกะ ตอกหินลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า

ครั้งแล้วครั้งเล่า หินก้อนที่สองไม่มีเสียงบ่นแม่แต่น้อย จนกระทั่ง แกะเสร็จ เป็นพระพุทธรูปที่งดงาม

จากนั้นช่างแกะสลักก็นำหินก้อนที่สองที่ถูกแกะสลักเป็นพระพุทธรูป ไปตั้งไว้ที่ภูเขาในหมู่บ้าน

ผู้คนต่างเดินทางไปไปกราบไหว้ขอพร เยอะแยะมากมาย หินก้อนที่ถูกแกะสลักเป็นพระพุทธรูป

สามารถทนต่อ แรงตอก แรงอัด แรงกระทบ จึงทำให้ช่างสามารถงัดแงะ

แกะออกมาเป็นงานที่ปราณีตสวยงาม อย่างพระพุทธรูป ให้ผู้คนได้กราบไหว้ได้

ส่วนหินก้อนแรกนั้นช่างแกะสลักได้แกะเป็นบันได แล้วนำไปไว้ที่ทางเดินขึ้นเข้า

หินก้อนแรกที่ไม่มีความอดต่อ แรงตอก แรงอัด แรงกระทบ ได้มากพอ

ก็ไม่สามารถถูกแกะสลักเป็นงานที่ปราณีตแบบพุทธรูปได้ จึงถูกแกะสลักแบบหยาบๆ

กลายเป็นบันไดที่ให้ผู้คนใช้เดินทางขึ้นเขาไปกราบไหว้พระพุทธรูป

เหมือนกับชีวิตคนเรา ถ้าเราสามารถทนรับแรงกดดัน ต่อสู้กับปัญหาต่างๆ อุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตได้มากพอ

ปัญหาเหล่านั้นก็จะหล่อหลอมให้เราเป็นคนที่มีความสามารถ มีคุณภาพ ให้ผู้คนเคารพนับถือ