เวลาชีวิตเรา ลดลงไปทุกวัน เลิกเสียใจกับอดีต เลิกคาดหวังกับอนาคต อยู่กับปัจจุบัน

เวลาชีวิตเรา ลดลงไปทุกวัน เลิกเสียใจกับอดีต เลิกคาดหวังกับอนาคต อยู่กับปัจจุบัน

ปล่อยวางอดีต ปล่อยวางอนาคต อยู่กับปัจจุบัน คนเราส่วนมากทุกข์กับอดีต ทุกข์กับอนาคต

เพระไม่มีสติ เห็นประโยชน์ของปัจจุบันที่ไม่เคยทำให้เราต้องทุกข์

เพระเหตุอย่างนี้ ในทางพระพุทธศาสนาจึงเน้นไปที่ ศีล สมาธิ และปัญญา

เพระถ้าเรามีศีล มีสติ มีสมาธิ ก็จะเกิดปัญญา ปัญญาที่เห็นโลก ตามความเป็นจริงด้วยใจที่ตั่งมั่น

ตื่นรู้เบิกบาน มีสติ หยุดบันทึกสิ่งที่ไม่ดีทางกาย วาจา ใจ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา

และผู้อื่น สัตว์อื่น มันก็เป็นเช่นนั้นเอง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาลอยๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาด้วยความบังเอิญ

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตัวเราเองก็เช่นเดียวกัน ชีวิตของเราเป็นไปตามเหตุ ปัจจัย

ที่เราได้สร้าง สั่งสมได้ทำมาเอง ทางกาย ทางวาจา ทางใจ ทั้งนั้น

เมื่อมีเหตุ มันก็มีผล เมื่อปัจจัยถึงพร้อม กรรมก็ส่งผล

ส่งผลดีบ้าง ส่งผลไม่ดีบ้าง ก็เราทำสะสมมาเอง

เมื่อหมดเหตุ ผลมันก็ดับไปเอง เราต้องมีสติรู้เท่าทัน

เราเป็นชาวพุทธต้องเชื่อในเรื่องกรรม เคารพกฎของธรรมชาติ

เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้ และไม่สามารถทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอย่างใจเราได้หมดหรอก

ลองมีสติ อยู่กับลมหายใจเข้า ออก แค่เราหายใจเข้า หายใจออก 1 วินาที

ทุกสิ่งทุกอย่าง จะดี จะร้ายอย่างไร ก็กลายเป็นอดีตไปในทันที

เราจะเสียเวลากับอดีตทำไม อนาคต ก็เป็นสิ่งที่หาความแน่นอนอะไรไม่ได้

จะเสียเวลาคิดไปทำไม ประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมาก็ได้สอนเราแล้วว่า

สิ่งที่เราเคยคาดหวัง มันก็ไม่ได้สมหวังไปหมดทุกเรื่อง

และก็ไม่ได้ผิดหวังไปหมดทุกเรื่อง ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

เราควรทำปัจจุบันให้เต็มที่ เต็มความสามารถทุกนาที จัดลำดับความสำคัญให้ดี

จะเป็นทางโลก หรือทางธรรมก็ตาม เมื่อเราสร้างเหตุในปัจจุบันไว้อย่างดี

และเต็มที่แล้ว ผลมันจะเป็นอย่างไร ก็เรื่องของผล จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ก็ไม่เสียใจ

ไม่หวั่นไหว เราได้ทำเต็มที่แล้วจะต ายก็ไม่กลัว ได้สร้างความดี ได้ฝึกฝนพัฒนากำลังของสติ

เพื่อเตรียมตัวก่อนต ายไว้นานแล้ว ผู้มีปัญญานั้น จะไม่เสียเวลา ย้อนคิดถึงอดีต

ไม่คาดหวังกับอนาคต แต่จะทำทุกโมเม้นในปัจจุบันให้เต็มที่ ไม่คิดถึงสิ่งที่ทำให้ใจเศร้าหมอง รักษาใจ แล้วใจ จะรักษากาย