เห็นเขาเป็นคนดี ให้กล่าวชื่นชม ไม่ใช่คอยอิจฉา หรือเอาเปรียบ

เห็นเขาเป็นคนดี ให้กล่าวชื่นชม ไม่ใช่คอยอิจฉา หรือเอาเปรียบ

คนเราต้องการความรัก การยอมรับ และการชื่นชม การกล่าวคำชื่นชมแก่กันจึงเป็นสิ่งดีๆ ที่มอบให้กันได้ง่ายๆ

การฝึกมองเห็นข้อดีที่น่าชื่นชมของคนอื่น ยังเป็นการฝึกจิตใจของเราเอง ช่วยให้เรามองเห็นด้านดีของมนุษย์

มองเห็นสิ่งดีในชีวิต เป็นการเติมความสุขให้กับตัวเราเอง เมื่อคนเราชื่นชมกัน ความสัมพันธ์ก็จะดีไปด้วย

หรือถ้าเกิดความขัดแย้ง ก็จะสามารถคลี่คลายได้ง่ายขึ้น 9 วิธีฝึกชื่นชมคนรอบข้าง

1. เปิดใจรับและมองหาข้อดีที่น่าชื่นชมของคนรอบข้าง มองเขาอย่างที่เขาเป็น ไม่ใช่มองเขาจากกฎเกณฑ์ที่เรากำหนดขึ้น

2. มองคนโดยภาพรวม การมองคนโดยรวม เป็นวิธีการมองทุกๆ ด้าน ทุกๆ มิติ ทั้งด้านดี ด้านเสีย

ข้อจำกัด ปมเด่น ปมด้อย พรสวรรค์ พรแสวง การงาน ครอบครัว สังคม ทุกสิ่งทุกอย่างในความเป็นเขา

3. รวบรวมความดี เมื่อมองคนโดยองค์รวมนั้น ขณะมองโดยองค์รวม

ให้พยายามค้นหาคุณงามความดีของเขาให้พบมากๆ เพราะทันทีที่พบ

คุณงามความดีของเขาเพิ่มขึ้น จะส่งผลต่อความรู้สึกของเราให้ชื่นชม และมีทัศนคติที่ดีต่อเขาเพิ่มขึ้น

4. กล่าวคำชื่นชมด้วยความจริงใจ ทุกครั้งที่มีโอกาส คำชื่นชมของเราจะเพิ่มกำลังใจ เติมความสุขและเสริมให้เขาทำสิ่งดีๆ มากยิ่งขึ้น

5. นำความดีมาชื่นชมทีละประเด็น เมื่อรวบรวมความดีไว้มากแล้ว หากจะกล่าวชื่นชม

ให้นำมาชื่นชมทีละประเด็นๆ และควรมีคำว่า “ผม หรือดิฉันรู้สึกชื่นชมคุณที่”

การชมทีละประเด็นเป็นเสมือนการฉีดวัคซีนทีละเข็ม จะช่วยให้เขารู้สึกดีและมีคุณค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

6. บอกพยานหลักฐานของประเด็นที่ชื่นชม การบอกพยานหลักฐานของประเด็น

ที่เราชื่นชมนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นเครื่องกำบังจากตัวเรา ไม่ให้เขาเข้าใจว้าราไม่จริงใจ

เพราะการบอกหลักฐานที่ประจักษ์แก่ตัวเขาเองในทุกประเด็นนั้น

จะช่วยให้เขาเข้าใจและยอมรับในประเด็นที่เราชื่นชมว่าเป็นจริง

7. อาจเปรียบเทียบกับคนอื่นหรือสิ่งอื่น แต่เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ต้องให้ผู้ได้รับการชื่นชมรู้สึกว่า

ตัวเขาดีกว่าหรือเหนือกว่าสิ่งที่เรานำไปเปรียบเทียบ ประเด็นเปรียบเทียบนี้ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้

แต่หากทำได้ จะทำให้ผู้ที่เรากล่าวชมภาคภูมิใจและปีติยินดียิ่งๆ ขึ้น

อนึ่งไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกับผู้ที่กล่าวชื่นชมเอง เพราะอาจเป็นการยกตนข่มท่าน

หรือทำให้ผู้กล่าวชื่นชมด้อยกว่าผู้ถูกชม พลังของการชื่นชมอาจลดลงได้

8. ชื่นชมเรื่องใดให้สรุปย้ำเรื่องนั้น การสรุปย้ำประเด็นที่เราชื่นชม

ให้ผู้ที่เราชื่นชมได้รับรู้ครั้งนั้น เป็นการสรุปสาระสำคัญของประเด็นที่ชื่นชม

เพื่อให้ผู้ที่ได้รับการชื่นชมเกิดความตระหนักรู้อย่างลึกซึ้ง

ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสาร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และจูงใจที่ลึกซึ้งต่อตัวเขาเอง

9. ชื่นชมจริงๆ ไม่แฝงเร้นด้วยการตำหนิหรือประเมิน ขณะที่ชื่นชมขอให้เพ่งความสนใจ

และใส่ใจในประเด็นที่ชื่นชมเท่านั้น ห้ามตำหนิหรือประเมิน แม้ในความจริงอาจมองเห็นแง่มุมของความไม่สมบูรณ์บ้างก็ตาม

ไม่ควรหยิบขึ้นมาสื่อสารต่อเนื่อง เพราะหากมีมิติของการตำหนิติเตียนอยู่ในการชื่นชมนั้น จะทำให้พลังของการชื่นชมลดลง

และอย่าลืมฝึกชื่นชมตนเองด้วย ซึ่งใช้วิธีการเดียวกัน คือ ปล่อยวางความคาดหวังที่มีต่อตนเอง

เปิดใจรับ มองหาข้อดีที่น่าชื่นชม และกล่าวคำชื่นชมด้วยความจริงใจ