เอาตัวรอดอย่างไร ในวันที่ตกงาน โดนไล่ออก..เงินก็เริ่มหมดกระเป๋า

เอาตัวรอดอย่างไร ในวันที่ตกงาน โดนไล่ออก..เงินก็เริ่มหมดกระเป๋า

คุณจะทำอย่างไรหากตกงานหรือยังหางานทำไม่ได้? จะเอาตัวรอดอย่างไร

เมื่อไม่มีรายได้หรือรายได้มีเข้ามาไม่พอกับรายจ่าย? ลองดูทางเลือกเหล่านี้

1. จัดลำดับความสำคัญเมื่อคุณตกงาน

หรือถังแตกสิ่งแรกที่คุณควรทำ คือจับจ่ายอย่างมีสติเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้ แต่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้โดยง่าย

ช่วงนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะในการซื้อเสื้อผ้าใหม่ ออกไปช้อปปิ้ง หรือทำบัตรเครดิตเพิ่ม

จำกัดการใช้จ่ายของตัวเองลงให้เหลือแต่สิ่งที่จำเป็นที่สุดเท่านั้น

คือค่าอาหารค่าเดินทางและบิลที่จำเป็นอย่างค่าเช่าบ้านค่าน้ำค่าไฟ

2. ขอความช่วยเหลือหากคุณมีเพื่อน

หรือครอบครัวที่พอช่วยคุณได้ จงน้อมรับความช่วยเหลือนั้นไว้

ขอบคุณทุกคนซะแต่ก็อย่าหวังที่จะพึ่งพาคนอื่น เพียงอย่างเดียวจงตั้งปฏิญาณกับตัวเอง

ว่าจะให้ความช่วยเหลือกับคนอื่นที่กำลังลำบาก เช่นกันหากคุณผ่านวิกฤติชีวิตครั้งนี้ไปได้

แล้วทำให้ได้จริงตามที่ตั้งใจ หากคุณหมดหนทางจนต้องกลับไปขอเงินพ่อแม่

บันทึกเอาไว้ว่าพวกท่านช่วยเหลือ คุณเป็นเงินเท่าใดแล้วตั้งเป้า ที่จะเก็บเงินมาคืนท่านในภายหลัง

แม้จะต้องใช้เวลาสะสมเงินมาคืนเป็นปี หรือแม้ว่าสุดท้ายแล้ว ท่านจะไม่ยอมรับเงินที่คุณนำมาคืนก็ตาม

3. ทำจิตใจให้แจ่มใส

จำไว้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นชีวิตเรามีเรื่องให้รู้สึกยินดีอยู่เสมอ

แม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเพียงการที่คุณยังมีลมหายใจอยู่! ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายมากแค่ไหน

จะต้องมีใครสักคนที่คุณรู้จัก หรืออย่างน้อยก็พ่อแม่ของคุณที่ยินดี จะยื่นมือเข้าช่วย

ดังนั้น การคงความสดใสในชีวิตไว้ถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็ไม่ควรฟุ่มเฟือยไปกับความบันเทิง

คนเรามักมีเรื่องที่จะไม่มีทางยอมเลิก ดังนั้นพิจารณาดูว่าอะไรที่สำคัญต่อความสุขในชีวิต

แล้วหาทางรักษาสิ่งนั้นไว้ด้วยการใช้จ่ายที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

4. ทำงานให้หนัก

นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งคร่ำครวญ ถึงโชคชะตาชีวิตอันโหดร้าย จงออกไปทำงานอะไรก็ตาม

ที่คุณพอทำได้อาจจะ 1 งาน 2 งาน หรือ 3 งานทำงาน ให้หนักทำให้เต็มกำลัง ที่มีแม้งานที่ทำอยู่จะไม่ได้เกี่ยวข้อง

กับสาขาที่จบมามองหาโอกาสใหม่ๆ เช่นงาน parttime ที่จะช่วยให้สถานการณ์ของคุณดีขึ้น ได้หากคุณอยู่ไม่ได้

ถ้าไม่ได้ไปชมภาพยนตร์ ก็ลองหางานที่โรงภาพยนตร์ทำสักสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมงหาทางใช้ทักษะที่คุณมี

ให้เป็นประโยชน์โดย อาจนำมาทำงานหาเงินพิเศษได้ เช่น หากคุณมีความสามารถในการถักนิตติ้ง

ก็ถักชิ้นงานขึ้นมาแล้วลองลงขายทางเว็บไซต์ดู หากคุณทำงานหนักมากพอ

ไม่มีทางที่ความพยายามของคุณจะถูกมองข้ามแล้วในที่สุดสถานการณ์จะดีขึ้นได้

5. เก็บเล็กผสมน้อย

ให้ความสำคัญกับเงินทุกบาททุกสตางค์ ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหนการเอาตัวรอดในโลก

ที่คุณต้องพึ่งพาตัวเองนั้น จะต้องอาศัยความหลักแหลม ลองเก็บขวดเก่าไปขายฝึกทำอาหารให้ได้ปริมาณมาก

ในราคาถูกซื้อของใช้ในบ้านอย่างกระดาษทิชชู่ หรือผงซักฟอกขนาดใหญ่ เพื่อที่จะประหยัดได้ในระยะยาว

หากคุณต้องขับรถไปทำงาน ลองหาเพื่อนร่วมทางที่ติดรถไปด้วยกันได้ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่สิ่งเหล่านี้ช่วยคุณได้เช่นกัน

6. รู้ตัวว่าควรยอมแพ้เมื่อใด

ข้อสุดท้าย สังเกตพัฒนาการในชีวิตอยู่เสมอหากคุณได้ลองทุกวิถีทาง

เพื่อทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ก็ต้องรู้ด้วยว่าเวลาไหนที่ควรจะถอดใจหาทางออกเอาไว้

หากเกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด แม้ทางออกนั้นจะเป็นการย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่

รู้ลิมิตตัวเองว่าควรยอมยกธงขาวเมื่อใด และอย่าเสียใจที่ยอมแพ้เมื่อได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว