แกล้งโง่ เพียงแค่ครั้งเดียว แล้วฉลาดไปตลอดกาล คนแบบนี้อยู่ที่ไหนก็สบายใจ

แกล้งโง่ เพียงแค่ครั้งเดียว แล้วฉลาดไปตลอดกาล คนแบบนี้อยู่ที่ไหนก็สบายใจ

คนโง่ชอบเถียง เขาจึงได้การทะเลาะเบาะแว้ง และความบาดหมางตอบแทน

คนฉลาดชอบถาม เขาจึงได้ความรู้ และมิตรภาพตอบแทน

คนเจ้าปัญญาชอบนำเสนอ เขาจึงได้โอกาส และความเจริญตอบแทน

คนโง่ คิดแต่เรื่องส่วนตัว ทำอะไรก็เพื่อตนเอง แม้อาจทำให้คนอื่นเสียหาย

จึงเป็นที่รังเกียจ สังคมไม่ต้องการ คนฉลาด คิดแต่เรื่องส่วนรวม

ทำอะไรก็เพื่อส่วนรวม แม้อาจทำให้ตนเสียหาย สังคมต่างต้องการ แต่ตนไม่อาจตั้งอยู่ได้

คนเจ้าปัญญา คิดแต่เรื่องคุณธรรม ทำอะไรก็เพื่อประโยชน์สุข ทุกฝ่ายในทุกกาลเวลา

จึงเป็นที่ต้องการของทุกฝ่าย ในขณะที่เขาอาจจะไม่ต้องการใครเลย

บางครั้งการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม เราก็ต้องทำเป็นแกล้งโง่ในเรื่องที่รู้แล้วบ้าง

เพราะบางอย่าง การอวดฉลาดไปเสียทุกอย่าง จะทำให้เรานั้นเหนื่อยเปล่า

วันนี้ปริญญาชีวิต มีข้อดี 6 ข้อของคนฉลาดที่แกล้งโง่มาฝากกันค่ะ

1. แกล้งโง่ทำให้มีเวลามากขึ้น

คนอวดฉลาด ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็มักต้องทำงานมากกว่าคนอื่น

หากอยู่ที่ทำงาน ไม่เพียงงานของตนเอง จะมากกว่าเพื่อนร่วมงานเท่านั้น

ยังมักต้องคอยช่วยเหลืองานคนอื่น จนกลายเป็น เจเนรัลเบ๊ ของที่ทำงานไปโดยปริยาย

2. แกล้งโง่ ทำให้ชีวิตสบายขึ้น

คงไม่มีใครอยากดูเป็นคนโง่ ในสายตาคนอื่น แต่การพยายามทำตัวฉลาด

ทั้งที่ฉลาดไม่จริง หรือแม้จะฉลาดจริงก็ตาม มักส่งผลในแง่ลบมากกว่าแง่บวก

ในขณะที่การแกล้งโง่ ที่ดูเหมือนเป็นแง่ลบนั้น กลับได้ประโยชน์มากกว่า

งานนี้ต้องยกประโยชน์ให้จำเลย รักเธอดอกนะพี่จึงทำให้

สำหรับชีวิตคู่ การที่แต่งงานร่วมหอกันแล้ว ถือว่าโชคดีเป็นของกันและกัน

บางคู่ผู้หญิงทำกับข้าว งานบ้านงานเรือนเก่ง เป็นแม่ศรีเรือน คุณผู้ชายก็โชคดีไป

บางคู่ผู้หญิงทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง คุณผู้ชายชอบงานบ้านก็จัดให้อย่างดี

อาจจะไม่รู้ว่าเธอแกล้งโง่ทำอะไรไม่เป็นหรือเปล่า

อย่าไปยุ่งเรื่องครอบครัวดีกว่า เอาเป็นว่า ทั้งคู่สบายใจที่มีกัน และกันก็พอ

3. แกล้งโง่ ทำให้ฉลาดขึ้น

การไม่ถาม หรือการพยายาม ทำตัวฉลาดนี่ล่ะ ตัวการสำคัญ

ที่ทำให้กลายเป็นคนโง่ หากกล้ายอมรับว่า ตนเองไม่รู้ และเอ่ยปากถามออกไป

ไม่นานก็จะได้คำตอบที่ช่วยคลายความสงสัยได้ และความโง่ก็จะหายไป

แต่หากไม่กล้าถาม ความสงสัย และความไม่รู้ก็จะยังอยู่ตรงนั้น

หากยอมเอ่ยปาก ถามคำถามที่ไม่เข้าใจออกไป ก็โง่เพียงวินาทีเดียว

แต่การแกล้งทำตัวฉลาด ไม่ยอมถาม ทั้งที่ไม่รู้ เหมือนเป็นการผูกตัวเอง ไว้กับความโง่ไปตลอดชีวิต

4. แกล้งโง่ ทำให้พัฒนาตนเองได้มากขึ้น

คนอวดฉลาด ที่หลงลำพองในตัวเอง มองว่าตัวเองรอบรู้ทุกด้าน

และไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว จะไม่สามารถพัฒนาตนเองได้อีก

เหมือนกับอึ่งอ่าง ที่พองตัวอยู่ในกะลาแคบๆ จนไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวไปไหนได้

ตรงกันข้ามกับคนแกล้งโง่ ที่จะทำตัวเล็ก ลีบ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าอยู่ที่ใด

จึงไม่คับแคบ และยังสามารถเดินต่อไปได้เรื่อยๆ โดยไม่เจอทางตัน

เพราะพวกเขาคิดว่า ยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมาก จึงทำให้พวกเขาสามารถพัฒนาตนเอง

และก้าวหน้าต่อไปได้อีก ในขณะที่คนอวดฉลาดจะยังคงอยู่ที่เดิม ซึ่งนับวัน ก็ยิ่งจะถอยหลัง ลงคลองไปทุกที

5. แกล้งโง่ ทำให้รู้ข้อมูลมากขึ้น

บรรดาสายลับในหนัง เมื่อต้องปลอมตัวไปสืบข้อมูลต่างๆ

ก็มักแกล้งทำเป็นคนซื่อๆ เหมือนคนที่ไม่รู้เรื่องราว

และไมมีพิษภัยอะไร หรือพูดง่ายๆ คือแกล้งโง่นั่นเอง

ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาสามารถสืบข้อมูลที่ต้องการได้ง่ายขึ้น

เพราะคนอื่นๆ ต ายใจ จนไม่ทันได้ระวังตัว คุณสมบัติในการเป็นผู้ฟังที่ดีของคนแกล้งโง่

สามารถล้วงความลับของใครต่อใครได้มากมาย

เพราะเมื่อคนอื่นมองว่าคุณเป็นคนที่ไม่มีพิษสงอะไร จะทำให้เขาระวังตัวน้อยลง

และกล้าเปิดปากพูดอะไรมากขึ้น คุณจึงสามารถรู้ข้อมูลทุกเรื่องที่อยากรู้ได้ เพียงแกล้งโง่เท่านั้น

6. แกล้งโง่ ทำให้มีประสบการณ์ และได้เรียนรู้มากขึ้น

คนอวดฉลาด มักทำอะไรอยู่ในกรอบ ความฉลาดของตนเอง

และจะไม่ยอมทำอะไรเสี่ยงๆ หรือทำสิ่งที่ตนเอง หรือคนอื่นมองว่าเป็นเรื่องโง่ๆ เด็ดขาด

ทำให้พวกเขาหมดโอกาส ที่จะได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย

บางคนเครียดกับชีวิตตัวเอง กับกระแสสังคม ลองแกล้งโง่ในบางเรื่องดูบ้าง

เผื่อว่าจะได้เห็นโลกอีกมิตินึง ที่น่ารื่นรมย์ก็เป็นได้ จะแกล้งโง่ดีมั้ยนะ

เราไม่ได้บอกว่าคนฉลาดนั้นไม่ดี แต่บางทียิ่งฉลาด อาจยิ่งมีความสุขน้อยลงก็ได้

อยู่อย่างโง่ๆ แล้วสุข ดีกว่าทุกข์เพราะฉลาด ไม่จำเป็นต้องฉลาดกับเรื่องที่ควรแกล้งโง่

บางครั้งการปิดหูปิดตาไม่รู้ ไม่ดู ไม่สนใจ ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า จะสอดส่องไปเพื่ออะไร

ถ้ารู้แล้วรกสมอง เห็นแล้วปวดใจ ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทุกข์ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย