แก้นิสัยโกรธได้อย่างไร ธรรมะคลาย ความโกรธ จาก แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

คือถ้าเรามองว่าอารมณ์หนึ่ง อารมณ์ใด ที่ปรากฎขึ้นแล้วทำให้เราอึดอัด ความโกรธ ดูเป็นอารมณ์ที่คนเห็นชัดที่สุด

แต่จริงๆ ก่อนโกรธ มันมีความไม่รู้ มันมีโมหะ ความไม่แน่ใจ ความรำคาญใจ ไม่เป็นดั่งใจ เห็นไหมว่า มันไล่มาก่อน หรือบางทีมันมีความอยากได้

พอไม่ได้ก็โกรธ มันมีราคะพลิ้วมาก่อนเลย มันมีราคะ มันมีโทสะแบบมันเหมือนเรามองเข้าไปแล้วเราไปเห็นตอนที่โกรธ แต่ก่อนที่จะโกรธ

มันมีความไม่รู้เกิดขึ้น คุณแม่อยากให้เราเจริญสติ เพื่อรู้ทัน พอไปถึงโกรธแล้วจะแก้ยังไง มันก็เหมือนจิตใจไม่เข้มแข็ง ลองสังเกตอย่างนี้

รำคาญนิดๆ ไม่เป็นดั่งใจ บ่นหน่อยๆ จนกลายเป็นพูดร้ายแล้วก็คำรามว่า “เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวเถอะ” เห็นไหมมันมีแอคชั่น กระทบ กระเทือน

กระแทกแบบเร็วมาก แต่ถ้าเรากระทบ เรารู้ทันกระเทือน เราก็จะไม่กระแทก เราจะเบรกไว้ได้ เช่น พอโกรธเรารู้ทันโกรธ หนึ่งลมหายใจความโกรธ

กำลังคลายคืน เอาสติกลับมาอยู่ที่ลมหายใจ ลมหายใจเป็นเครื่องมือ เทคนิคคือ อานาปานสติภาวนา ถ้าเราใช้อานาปานสติ เห็นความโกรธแค่มาแล้วไป

ใจของเราก็จะไม่พยาบาทไม่เอาคืน แสดงว่าเป็นการยุติ หรือถ้าเรามองดูไฟไหม้บ้าน เราจะไปถกเถียงทำไมว่าใครจุดไฟ เราก็ดับไฟก่อน

มันก็จะเห็นชัด หรือถ้าไฟอยู่บนหัวเรา เราจะวิ่งเอาไฟใส่หัวเรา แล้วก็ไปบอกคนอื่นว่าดูสิ ดูสิ มันจุดไฟใส่หัวฉัน หรือเราจะรักษาหัวเราก่อน เหมือนกัน

เรารักษาสมบัติคือ อริยทรัพย์ ภายในของเราให้ได้ คือต้องรู้ว่าความโกรธเป็นเหมือนไฟ มันกำลังไหม้กายไหม้ใจเรา โกรธมากๆ มันจะกลายเป็น

คนที่มีพิษ ทั้งทางกาย มะเร็งมาจากความเครียด ที่มาจากการไม่เป็นดั่งใจก็เยอะ หรือประมาณการว่า ถ้าทำอะไรแล้วต้องมาตรฐานนี้

ถ้าไม่ใช่มาตรฐานนี้ ไม่ใช่ฉัน นี่มันมีมานะถือตัว นึกภาพออกไหมว่า ความโกรธมันมาจากความไม่รู้ มันเลยรู้สึกไม่พอใจ กับดี แล้วจากดี ก็เลยกลายเป็นโกรธ

น่ากลัวคือต้องรู้ที่มามันก่อน ก็อย่าปล่อยให้ไฟมันไหม้ใจเรา ดับไฟก่อน กลับไปที่ลมหายใจคือเครื่องมือ ในลมหายใจหนึ่ง เราจะเห็นความโกรธคลายคืน

เอาจิตจดจ่ออยู่กับลมหายใจ ตามดูจิต รู้จิตให้ติดต่อ ตามดูตามรู้ตามเห็นว่าความโกรธก็เกิดดับ พระพุทธเจ้าสอนว่า ถ้าตามองเห็นแล้วมันไม่เป็นดั่งใจ

ให้เหมือนกะพริบตา แป๊บเดียว ถ้าหูได้ยินเสียงนินทาเหมือนดีดนิ้ว แป๊บเดียว ถ้าจมูกดมกลิ่นเหม็นก็ไม่ต้องโกรธ เหม็นเป็นทุกข์ทางกาย

โมโหที่เหม็นเป็นทุกข์ใจ ก็เหมือนน้ำกลิ้งอยู่บนใบบัว น้ำมันไม่ซึม หรือว่าถ้ากินอาหารแล้วมันไม่อร่อย ไม่เห็นต้องกินไปด่าไป

กินไปแล้วก็โอ้โห เอาตัวขึ้นขวาง พยาบาทอาฆาต ไม่มากินอีกแล้ว แค่น้ำหยดจากปลายลิ้น ความรู้สึกก็จบแล้ว หรือถ้าเผื่อมีสิ่งมากระทบกาย

เช่น แดดร้อน ร้อนกายแต่ไม่ร้อนใจได้อย่างไร เวลาแดดร้อน กายมันจะกระทบเย็นร้อนอ่อนแข็งหย่อนตึง พระผู้มีพระภาคเจ้าบอกเหมือนคู้แขน

จบแล้วสั้นๆ ไม่ต้องไปผูกโกรธพยาบาท หรือถ้าเผื่อมีอารมณ์มากระทบใจ อย่าคลุกคลี อย่าถึงกับแบบตีอกร่ำไห้ ภาษาคนโกรธมักจะทำร้ายตัวเองไม่รู้ตัว

ถ้าเราเห็นว่าวิธีการของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า บอกว่าโกรธมันมาทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ รู้ทันไหวใจตื่น

กระทบรู้ทันกระเทือนแล้วไม่กระแทก มันอริยะสร้างได้เลยนะคะ อันนี้อยากให้เข้าใจที่มาของความโกรธก่อน

แล้วเดี๋ยวจะปฏิบัติการยังไง ความโกรธมันก็จะเป็นธรรมชาติ ที่เราเข้าไปถึง